Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan 0.25: อ่าน paper

หลังจากเริ่มเปิดบล็อคใหม่ไปเมื่อวานนี้ วันนี้ก็ถึงคราวได้เขียนแบบจริงๆจังๆซักที

ก่อนอื่นต้องบอกถึงที่มาที่ไปก่อนนิดนึง บล็อคนี้ทำขึ้นมาก็เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของการไปฝึกงานที่ NAIST (Nara Institute of Science and Technology) เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ไปวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งก็จะไปอยู่ที่นู่นประมาณ 2 เดือนเศษๆ ส่วนวันกลับยังไม่แน่นอนเท่าไหร่ ต้องรอดูกันต่อไป

หลังจากที่ได้ติดต่อกับอาจารย์ประจำแลปที่ญี่ปุ่น ในที่สุดก็ได้หัวข้อ Research เรียบร้อย นั่นก็คือ…

Indoor localization using wireless communication devices

โดยที่อาจารย์ก็ได้ให้ paper มา 1 ฉบับให้ศึกษาดูตั้งแต่ 4 วันที่แล้ว และวันนี้ก็จะเป็นวันแรกที่เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง(ไฟรนก้นมาก) ก็ขอสรุปความรู้ที่ได้อ่านไป 3 หน้าครึ่งมาไว้ในนี้แล้วกัน

———————————————————————————————————-

Survey of Wireless Indoor Positioning Techniques and Systems

ข้อมูลของการระบุตำแหน่ง (Location information) แบ่งมีมากมาย ใน paper นี้จะสนใจเฉพาะ 4 อย่างคือ

  1. Physical location เป็นการระบุตำแหน่งแบบเป็น coordinate หรือเป็นจุด ในทั้ง 2D/3D โดย coordinate ที่ใช้กันทั่วไปก็จะมี degree/minutes/seconds (DMS), degree decimal minutes ละก็ Universal transverse mercator (UTM) ซึ่งน่าจะได้ศึกษาต่อไป
  2. Symbolic location เป็นการระบุตำแหน่งในภาษาที่คน พูดง่ายก็คือเป็นการระบุว่า อยู่ชั้นไหน อยู่ใน office อยู่ในห้องครัว ประมาณนี้
  3. Absolute location ในนี้เขียนว่า uses a shared reference grid for all located objects ซึ่งยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ = =
  4. Relative location เป็นอีกอันที่ไม่เข้าใจ เขียนว่า A relative location depends on its own frame or reference and usually based on the proximity to know reference points or base station ไม่เข้าใจ!

ส่วน Topologies ของการระบุตำแหน่งแบ่งเป็นอีก 4 อย่างคือ

  1. Remote positioning คือจะใช้ mobile device เป็นตัวปล่อยสัญญาณ (transmitter) และมี measuring units ที่เป็นตัวรับสัญญาณซึ่งรู้ตำแหน่งอยู่แล้ว โดยผลลัพธ์จะได้จากการเอาข้อมูลจาก measuring units ทั้งหลายมาวิเคราะห์หาตำแหน่งของ mobile device ได้
  2. Self positioning ตรงข้ามกับ Remote positioning คือ mobile device จะทำหน้าที่เป็นตัว measuring units ซึ่งรับสัญญาณจาก transmitter ที่รู้ตำแหน่งอยู่แล้ว และ mobile device ก็จะรับสัญญาณรอบๆแล้วคำนวณหาตำแหน่งของตัวเอง
  3. Indirect remote positioning ถ้าหากว่า device ต่างๆรองรับการส่ง data หากัน แล้วมีการส่งค่าตำแหน่งของ measuring unit ใน self positioning (หมายถึงตัว mobile device) ให้กับ device อื่นได้ ก็จะเรียกว่า Indirect remote positioning
  4. Indirect self-positioning กลับกันกับ Indirect remote คือ ถ้า mobile device ได้ข้อมูลตำแหน่งจาก measuring unit อื่นๆใน remote positioning ได้ ก็จะเรียกว่าเป็น Indirect self-positioning

ต่อมาก็จะเป็นการพูดถึง หลักการวัดค่าและ Algorithm ของการระบุตำแหน่ง (Measuring principles and positioning algorithms)

ซึ่งมี 3 วิธีใหญ่ๆคือ Triangulation, Scene Analysis และ Proximity

Triangulation เป็นการใช้หลักของเรขาคณิตเข้ามาช่วย โดยวัดค่าต่างๆจากจุดที่รู้ตำแหน่ง 3 จุดรอบๆ แล้วคำนวณระยะห่างจากจุดต่างๆเพื่อให้ได้จุดของตัวเอง มีด้วยกัน 5 อย่างคือ

  1. TOA (Time of Arrival) เป็นยี่ห้อสี เอ้ยไม่ใช่ เป็นการวัด propagation time ของสัญญาณจาก reference points อย่างน้อย 3 จุด แล้วคำนวณเวลาที่ใช้เพื่อให้ได้ระยะห่างของแต่ละจุด ก็จะได้ตำแหน่งใน 2D มีข้อเสียคือ devices ต่างๆ​(transmitters, receivers) ต้องมีการ synchronized กันก่อน อีกอย่างคือ ต้องแปะ time stamp ไปในสัญญาณด้วย (น่าจะเป็นเรื่องของ overhead)
  2. TDOA (Time difference of arrival) อันนี้ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ขอข้ามไปก่อน
  3. RSS-Based (Received Signal Strength) เนื่องจากใน 2 อันแรกจะใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีปัญหาใน Indoor environment เพราะมีสิ่งกีดขวางเยอะ มีการสะท้อนไปสะท้อนมา ทำให้หา LOS (Line of sight) ยาก ทำให้ได้ผลที่ผิดเพี้ยนไป ใน RSS จะวัดความแรงของสัญญาณที่ปล่อยออกมาจาก จุดต่างๆ แล้วมาคำนวนระยะห่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งอีกที
  4. RTOF (Round trip time of flight) เป็นการแก้ไขข้อจำกัดของ TOA ที่ต้องมีการ synchronize ระหว่าง transmitters กับ receivers โดยที่วัดเป็นเวลาที่ส่งข้อมูลไปจนข้อมูลกลับมา แต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่ถ้าระทางใกล้ๆ เวลาในการประมวลผลของอีกฝั่งอาจจะมีผลต่อเวลา round trip time ทำให้ค่าเพี้ยนได้ แต่ถ้าระยะไกลๆก็อาจจะไม่มีผลมาก

———————————————————————————————————-
ความรู้ทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ก็คงประมาณนี้ ยังเหลืออีกเยอะเลย จะอ่านทันมั้ยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ต้องรีบไปจัดกระเป๋าก่อนแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเอา

ไปแล้ว ชะแว๊ปปป~*

Share on Facebook

Responses (2) to “Life in Japan 0.25: อ่าน paper”

  1. minikoong says:

    ทำไมมีแต่สาระ = =”

      (Quote)

  2. poomillust says:

    minikoong:
    ทำไมมีแต่สาระ = =”

    ยังไม่ได้ไปไหนไง รอไปอยู่นู่นก่อนๆ 555

      (Quote)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>