Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan: 10: Nara, the city of deer

ไม่ทันไรก็มาถึงตอนที่ 10 แล้ว ไม่คิดว่าจะเขียนได้เยอะขนาดนี้ ฮ่าๆ

วันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปไหน เลยจะข้้ามไปเล่าเรื่องเมื่อวาน(5 พ.ค.) ที่ได้ไปเที่ยวในตัวเมืองนาราเลยละกัน

ทักทายด้วยฝาท่อประจำเมืองนารา สวยดีนะ มีกวางด้วย

วันนี้พี่ๆในแลปจะพาพวกเราทั้ง 6 คนไปเที่ยวในตัวเมืองนารา ซึ่งก็คือที่ Nara park กับ วัด Todaiji

เมื่อถึงเวลานัด ประมาณ 11.00 น. ก็มาเจอกับพี่ๆในแลปที่รออยู่ ละก็นั่งรถเมล์ไปสถานีที่คุ้นเคย Gakken Kita Ikoma แล้วก็นั่งต่อไปที่สถานีชุมทางใหญ่ที่คุ้่นเคยเช่นกัน เพราะจะไปไหนก็ต้องมาต่อรถที่นี่ Ikoma (มหาลัยอยู่ตรงติ่งพอดี มีทางออกทางเดียว) จากนั้นก็นั่งยาวไปลงที่สถานี Nara เลย หลังจากที่ไปถึงก็พบกับเมืองนาราเป็นครั้งแรก ทำให้รู้เลยว่าไอ้ที่เราอยู่มัน…บ้านนอกชัดๆ เพราะที่นี่ผู้คนพลุกพล่าน รถราวิ่งไปมา ร้านค้าก็มีเต็มไปหมด ตรงข้ามกับสถานี Gakken Kita Ikoma ที่ร้างผู้คน รถวิ่งผ่านน้อย และไม่มีร้านค้าเลย

เพราะไปถึงที่สถานีนาราก็เที่ยงแล้ว พี่ๆก็เลยพาไปกินข้าวกันก่อน อาหารที่กินเที่ยงนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อของแถบ Kansai นี้ นั่นก็คือ Okonomiyaki หรือพิซซ่าญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันดี ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ นั่งได้ประมาณซัก.. 30-40 คน แต่ก็มีคนวนเวียนเข้ามาตลอด บนโต๊ะจะมีเตาใหญ่ๆวางอยู่ตรงกลาง และมีที่พอให้ว่างวางจานใบเล็กๆได้ อีกอย่างที่ชอบมากคือใต้เก้าอี้ สามารถเปิดได้เพื่อเก็บกระเป๋า

บรรยากาศในร้าน

ตอนแรกก็งงๆ ไม่รู้จะสั่งอะไรดี เพราะทุกอย่างน่ากินไปหมด ก็เลยให้พี่ๆช่วยแนะนำ แล้วก็ได้มา 2 อย่าง ส่วนพี่ๆเค้าก็สั่งอีก 2 อย่าง​ รอไม่นานอย่างแรกก็มา เรียกว่าอะไรจำไม่ได้แล้ว แต่เป็น Okonomiyaki ซักอย่างนึงซึ่งไม่น่าจะมีในบ้านเรา พนักงานจะนำเครื่องปรุงมาทำบนเตาเราเลย เป็นยังไงดูคลิปประกอบแล้วกัน กว่าจะกินได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร กินยากดี แต่อร่อยมากๆ พี่ๆญี่ปุ่นบอกว่าต้องกินตอนมันไหม้ๆ ถึงจะอร่อย (จะเป็นมะเร็งมั้ยเนี่ยย)

น่ากินสุดๆ

หลังจากปรุงเสร็จเรียบร้อยพร้อมกิน

หลังจากนั้น อย่างอื่นก็ค่อยๆทะยอยมา โปะบนเตาเรา เป็น Okonomiyaki รูปแบบต่างๆที่ไม่เหมือนกัน ละก็มีชื่อเรียกต่างกันด้วย (จำไม่ได้เหมือนกัน) แต่มีจำได้อยู่อันนึง เรียกว่า นารายากิ เป็นรูปร่างแปลกตา มาคู่กับน้ำจิ้มรสเค็มปี๋ กินๆไปก็ อืม…เค็มดีเนอะ

อันนี้ข้างในมีเส้นด้วย

นารายากิ มีเฉพาะในนารา

ร้านนี้ราคาไม่แพงเลย ถือว่าถูกมากๆ กินไปตั้งเยอะ จ่ายคนละแค่ 730 เยนเอง ถูกและคุ้มกว่าไปกินราเมนรสชาติงั้นๆที่เกียวโตราคา 750 เยนอีก

ระหว่างทาง เจอร้านทำโมจิ นวดแป้งได้มันส์มากๆๆ คนมุงดูเต็มเลย

หลังจากนั้นเราก็มุ่งน่าไปที่จุดมุ่งหมายของเรา นั่นคือวัด Todaiji ระหว่างทางก็ต้องเดินผ่านสวนนารา (Nara park) ซึ่งเป็นสวนที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่เต็มไปหมด ร่มรื่นดี จากที่ถามพี่ๆญี่ปุ่น เค้าก็บอกว่าปกติแล้วจะมีกวางเดินเต็มสวน แต่วันนี้อากาศร้อน มันก็เลยไม่ค่อยออกมากัน หลังจากเดินผ่านธารน้ำ ก็พบว่ากวางนั่งๆนอนๆกันริมน้ำเต็มไปหมดเลย สงสัยมันจะร้อนจริงๆ

Nara park

กวางน้อยใน Nara park

เชื่องมากๆ จับเล่นได้เลย

หลบไปอยู่ริมน้ำกันหมด

คนที่มาเที่ยววัด Todaiji มีเยอะมากๆ ไปที่วัด Kiyomizu dera ที่เกียวโตว่าเยอะแล้ว เจอที่นี่เยอะยิ่งกว่าอีก อากาศก็ร้อนด้วย แต่ก็ดีกว่าตอนไม่มีแดด ถ่ายรูปไม่สวย 5555

ฝูงมหาชนที่มุ่งหน้าไปวัด Todaiji

หลังจากผ่านผู้คน ร้านขายขนมมากมาย จนในที่สุดก็ถึงทางเข้าวัด Todaiji ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพง และคูน้ำเล็กๆ ที่นี่เสียค่าเข้าชม 500 เยน ซึ่งจะว่าไปก็ไม่แพงมาก

เฟยกำลังห้ามหลีไม่ให้ซื้อสายไหมที่มีถุงลาย Chopper 555

น่าจะเป็นแตงกวาแช่เย็น อืม….

กำแพงวัด

วัด Todaiji เป็นสถานที่ 1 ใน 8 ของเมืองนารา ที่ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลก เพราะมีความเป็นที่สุดตั้ง 2 อย่าง นั่นก็คือ เป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และข้างในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก น่าจะมีความเก่าแก่กว่าพันปี

ถึงแล้ว วิหารไม้วัดโทไดจิ

ใหญ่มากๆเมื่อเทียบกับคน

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ถ่ายมาละไม่ค่อยใหญ่เลย แต่ของจริงใหญ่มากๆ

ที่นี่มีความเชื่อว่าได้ได้ลอดเสาที่มีขนาดเท่ากับจมูกของพระพุทธรูปแล้วจะโชคดี ก็เลยไหนๆมาแล้วก็ต่อคิวซึ่งยาวววมากๆ รอประมาณชม.นึงได้ ส่วนรูนั้นก็เล็กมากๆ ต้องหมุนตัวตีลังกาในนั้นรอบครึ่งถึงจะออกมาได้

ต่อแถวกันอย่างยาว

กว่าจะออกมาได้

หลังจากเที่ยววัด Todaiji แล้ว ก็ได้เวลาประมาณ 4 โมงเย็น พี่ๆก็พาไปร้าน Cafe ขายของหวาน ก็ได้ไปกิน Caramel&Nuts&Banana Crape + Matcha Icecream เครปนุ่มๆหอมๆ ข้างในเครปมีครีมอยู่ชั้นนึง ข้างบนก็มีถั่ว กล้วย ละก็ราดด้วยคาราเมล ตรงกลางมีไอติมชาเขียวรสชาติเข้มข้นมากๆวางอยู่ รสชาติก็อร่อยดี ราคาก็ไม่เบา 750 เยน

เครปที่ว่า อร่อยมากก

หลังจากที่กินเสร็จเรียบร้อย ละก็หลับไปตื่นนึง พี่ๆเค้าจะกลับกันแล้ว ส่วนเราก็อยากเดินกันต่อ ก็เลยแยกกัน เราก็เดินไปเดินมาแถวๆนั้น มีร้านค้าอยู่ประมาณนึงไม่ถึงกับเยอะมาก แต่บรรยากาศดี ผู้คนไม่เยอะจนเกินไป กำลังสบายๆ

บรรยากาศสบายๆ คนไม่เยอะมาก

เดินไปจนสุดถนนแล้วก็หาร้านกินที่ถูกใจสบายกระเป๋าไม่ได้ ก็เลยจบลงที่ร้าน Coco Ichibanya เป็นร้านเล็กๆ ไม่มีคนเลย ส่วนราคากับรสชาติก็ไม่ค่อยต่างกับบ้านเราเท่าไหร่

ข้าวแกงกะหรี่ Coco Ichibanya

และแล้ว 1 วันในกลางใจเมืองนาราก็จบลง กลับถึงหอกันประมาณ 4 ทุ่ม เมื่อกลับมานั่งคิดดูแล้ว ไอ้ที่เราอยู่มัน นอกจากจะไม่ได้อยู่กลางเมืองนาราแล้ว ยังอยู่นอกเขต Ikoma (เหมือนอำเภอบ้านเรา) อีก เรียกได้ว่า บ้านนอกหลายชั้นเลย 55 แต่ที่นี่คือญี่ปุ่น นั่นคือความเจริญเข้าถึงอย่างไม่ต้องกังวล ก็ดีไปอย่างที่เป็นเมืองที่สงบเงียบดี แต่ถ้ามาอยู่คนเดียวแถวนี้คงเหงาแย่เลย

ขอเล่าแถมของวันนี้ด้วยเลยแล้วกัน วันนี้ตอนแรกนึกว่าจะเที่ยวต่อ แต่ทุกคนก็หมดแรงละก็เริ่มขี้เกียดแล้ว เก็บตังไว้ไปเที่ยวยาวๆดีกว่า เลยตัดสินใจอยู่ที่หอกัน ตอนเที่ยงก็กินแซนวิซ ซึ่งตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะทำไปกินตอนเที่ยงระหว่างไปเที่ยว แล้วเก็บตังไปกินหรูตอนเย็นทีเดียว

แซนวิชทำกินกันเอง ไส้ทูน่าข้าวโพด ละก็แฮมชีสเยิ้มมม

ส่วนตอนเย็นก็ไปเดินเล่นแถวๆห้าง Aeon ได้เดินไปรอบๆห้างบ้าง หลังจากที่ไม่เคยไปที่อื่นแถวๆนั้นเลยนอกจาก Aeon ก็ตัดสินใจเอาเงินที่คิดไว้ว่าจะไปกินระหว่างไปเที่ยว มากินหรูซะ กับร้้านอาหารญี่ปุ่นที่เมนูส่วนใหญ่เป็นปลาดิบ ตัดใจกินอาหารชุดที่มีข้าว ปลาดิบชิ้นน้อยๆ ปลาซาบะจิ๋ว เทมปุระกุ้ง 1 ตัว ละก็อย่างอื่นอีกนิดหน่อย เบ็ดเสร็จเซ็ทนี้…1659 เยน รสชาติอร่อยมากๆ สมราคาแหละ แต่มันน้อยไปหน่อย สงสัยเพราะร้านนี้มันเป็นร้านหรูจริงๆ

เรียกชุดนี้ว่า “ชุดปีใหม่” (credit เฟย) พวกกล่องมันดูพิเศษไงไม่รู้ 555

ก็หมดละสำหรับตอนนี้ ต่อไปคงเขียนน้อยลงแล้ว เพราจะเริ่มทำ Research อย่างจริงจังวันพรุ่งนี้ แล้วเจอกันใหม่ บายยย :)

Share on Facebook

Responses (5) to “Life in Japan: 10: Nara, the city of deer”

  1. gun says:

    มีแต่เที่ยวจริงๆ 5555555

      (Quote)

  2. minikoong says:

    แต่ละฉาก คุ้นๆทั้งนั้น ในการ์ตูนเขียนออกมาบ่อยมากอะ

    ไอ้รูนั้นมันลอดยากขนาดนั้นเลยหรอวะ = = แต่ก็ดูยากอะ

    กวางในการ์ตูนมชอบบอกว่าแม่งโหด แย่งเซมเบ้กระจุย ตัวจริงนี่เรียบร้อยหรอ 55+

    เจ๋งๆ อ่านของมึงสนุกดีะ เหมือนได้ไปแรชต่างแดน T^T

      (Quote)

  3. poomillust says:

    minikoong:
    แต่ละฉาก คุ้นๆทั้งนั้น ในการ์ตูนเขียนออกมาบ่อยมากอะ

    ไอ้รูนั้นมันลอดยากขนาดนั้นเลยหรอวะ = = แต่ก็ดูยากอะ

    กวางในการ์ตูนมชอบบอกว่าแม่งโหด แย่งเซมเบ้กระจุย ตัวจริงนี่เรียบร้อยหรอ 55+

    เจ๋งๆ อ่านของมึงสนุกดีะ เหมือนได้ไปแรชต่างแดน T^T

    ยากมากอะ เห็นละไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ถ้าลอดตรงๆไม่น่าได้อะ ต้องหมุนตัวรอบครึ่งถึงจะได้ 555
    กวางเชื่อจริงๆ แต่ก็มีติดป้ายระวังกวางเตะ กวางกัด กวางกระโดดถีบ ไรงี้ด้วย

      (Quote)

  4. imTiNEY says:

    พิซซ่าญี่ปุ่นน่ากินกว่าในไทยแฮะ

    ป.ล. เค้าตกใจหน้ากวาง =.=”

      (Quote)

  5. phatpeth says:

    จะเข้ามาบอกเหมือนไทน์เลย แต่กวางน่ารักโฮกกกอะ

    แต่สู้ของกินไม่ได้ ><

      (Quote)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>