Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan 13: Horyuji Temple แพงจัง

วันนี้งานไม่เดิน ก็เลยแก้เซ็งด้วยการเขียนบล็อคต่อแล้วกัน ว่าด้วยเรื่องที่ไปเที่ยวนารา ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นทริปที่วางแผนกันตอนกลางคืนของวันเสาร์ ก็คิดๆกันอยู่นาน ว่าจะไปไหนดี สุดท้ายก็ได้ที่หมายเป็นวัด Horyuji กับเขา Kasuga Yama

บ้านเมืองในเมืองนารา ไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่

ด้วยความที่เหนื่อยจากเมื่อวาน ก็เลยนัดกัน 10.45 จากนั้นก็นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kintetsu Nara และเดินต่อไปที่สถานี JR Nara ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 1 กม.ได้ ต่อไปก็ต้องต่อรถไฟจากสถานี JR Nara ไปที่สถานี Horyuji ยังไม่พอ ไปถึงที่สถานี Horyuji แล้วยังต้องต่อรถเมล์ไปที่วัดอีก รวมเบ็ดเสร็จกว่าจะเดินทางไปถึงวัด Horyuji ได้ หมดเงินไป... 450 + 210 + 180 = 840 เยน ช็อค!

สถานี JR Horyuji สวยดี

ไปถึงที่นู่นก็เวลาประมาณเที่ยงพอดี เห็นมีเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษากันเยอะมากๆ มาจากหลายๆโรงเรียนด้วย เห็นพวกเด็กผู้ชายตัดผมทรง Skin head ใส่ชุดนักเรียนที่เหมือนชุดนิสิต แล้วก็แลดูเถื่อนอยู่เหมือนกัน ฮ่าๆ

เด็กๆ

ก่อนจะเริ่มเที่ยวในวัดเราก็เลยแวะกินข้าวเที่ยงกันก่อน แถวๆหน้าวัดก็มีอยู่หลายร้านให้เลือกเลย เราก็เลือกร้านคุณป้าที่ราคาเห็นว่าน่าจะถูกและน่ากินที่สุดในแถวๆนั้นแล้ว บรรยากาศร้านข้างนอกดูไม่ค่อยชวนให้เข้าเท่าไหร่ แต่ด้านใน ตกแต่งได้อย่างสวยงาม บนโต๊ะมีลูกสน ประดับตรงกลางดูสวยดี ส่วนอาหารก็มีหลากหลาย ตั้งแต่อูด้ง ราเมน โซบะ ที่มีรสชาเขียว ละก็รสบ้วยด้วย ข้าวหน้าต่างๆ ละก็มีเมนูทีเด็ดของนารา นั่นก็คือ คากิโนะฮะซูชิ ส่วนเราก็ได้เป็นโซบะร้อนเส้นชาเขียว กับคากิโนะฮะซูชิหน้าปลาแซลมอน สำหรับโซบะรสชาติก็ไม่เลว ตอนแรกๆจะไม่ค่อยได้กลิ่นชาเขียว แต่พอกินไปซักพักเริ่มได้กลิ่นชาเขียวด้วย หอมดี ส่วนคากิโนะฮะซูชิ เป็นซูชิที่หมักเกลือและห่อด้วยใบต้นพลับ รสชาติจะออกเปรี้ยวๆเล็กน้อย แปลกละก็อร่อยดี

บรรยากาศในร้าน

โซบะชาเขียว

คากิโนะฮะซูชิ

หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อย ก็ได้เวลาเข้าไปเที่ยวในวัด พอเข้าไปถึงจุดขายบัตรก็แทบช็อค ค่าเข้าคนละ 1000 เยน แพงมากๆ และแพงที่สุดใน 5-6 วัดที่ได้ไปมา ด้วยที่อุตส่านั่งรถมาตั้ง 840 เยนแล้ว ก็เลยต้องเข้าไป

สิ่งก่อสร้างแรกที่เจอหลังจากผ่านประตูวัดไป

วัด Horyuji เป็นวัดเก่าแก่ และได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีอาคารที่ทำจากไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เรียกง่ายๆว่าวัดนี้มีอาคารไม้หลังแรกของโลก สิ่งก่อสร้างที่นี่ดูเก่าแก่ดี ที่โดดเด่นก็จะเป็นหอคอนโด (เรียกตาม wiki) ละก็เจดีย์ 5 ชั้นที่สวยงามมากๆ พื้นที่ข้างในแบ่งเป็นหลายๆส่วน และกว้างขวางมาก พอจะคุ้มกับค่าเข้า 1000 เยนอยู่ เหมือนกัน

เจดีย์และหอคอนโด

ที่นี่ไม่ให้ใช้ขาตั้งกล้องด้วย โดยมีคุณลุงที่ดูแลมาบอกและอาสาจะถ่ายรวมให้

ที่นี่มีข้าวของโบราณมากมาย โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่มาจากประเทศต่างๆ อย่างเกาหลี เป็นต้น อย่างอื่นก็มีอีกเยอะ แต่เรียกไม่ถูก = =

หลังจากเดินอยู่ในนั้นประมาณ 3 ชั่วโมงได้ ก็ถึงเวลากลับ เพราะเป้าหมายอีกที่ของเราก็คือ พิชิตเขา Kasuga yama ให้ได้ ก็นั่งรถเมล์ ต่อรถไฟ ละเพื่อเป็นการเก็บแรงไว้สู้กับเขา Kasuga yama ก็เลยนั่งรถเมล์จากที่สถานี JR Nara ไปลงแถวๆทางเข้าวัด Todaiji ที่อยู่ใกล้ๆกัน

Nara park ในวันนี้ช่างแตกต่างจากวันที่มาครั้งแรกนัก ผู้คนน้อยมากๆ แทบจะไม่มีคนเลย กวางก็เดินเตร็ดเตร่เต็มไปหมด อาจเพราะไปถึงนู่นก็ประมาณ 5 โมงกว่าๆ 6 โมงแล้วก็ได้ แต่แสงกำลังสวยเลยๆ

แสงดีี ขอบๆ

ไม่มีพูม TT

ด้วยความที่กลัวว่าจะขึ้นไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ตก ก็เลยรีบขึ้นไปที่เขากัน แต่แล้วเมื่อเดินไปถึงตีนเขา ก็พบกับรั้วสีดำที่กันระหว่างพวกเราทั้ง 6 คน กับเนินขาวที่มีแต่ต้นหญ้าไร้ซึ่งต้นไม้ใดๆ และฝูงกวางที่หันตูดรูปหัวใจใส่เราเกือบร้อยตัว เมื่อมองหาทางเข้า ก็พบว่า มันปิด!! TT เสียดายมากๆ สงสัยมันคงเย็นไปหรือไม่ก็ด้วยเหตุผลไรซักอย่างที่อ่านป้ายไม่ออก สุดท้ายเราก็เลยได้แต่เดินกลับมาวิ่งเล่นละก็ถ่ายรูปกันแถวๆสวน Nara park

รั้วที่กั้นขวางเราอยู่ TT

ฝูงกวางด้านใน

โอวิ่งต้อนกวางนิสัยไม่ดีๆ 55

สวนใน Nara park

ส่วนอาหารเย็นวันนี้ ก็ไปกินราเมนที่พี่กานต์(พี่คนไทยใน NAIST) แนะนำ ร้านก็อยู่ตึกเดียวกับครั้งที่แล้วที่มากิน Okonomiyaki เลย ส่วนรสชาติก็…น้ำซุปรสเข้มข้นดี แต่ว่าเค็มไปหน่อย หมูก็นุ่มและอร่อยมากๆ ส่วนตัวแล้วถือว่าก็โอเคในระดับนึง แต่เพื่อนๆคนอื่นบอกว่าร้านที่ไปกินที่นัมบะเมื่อวานอร่อยกว่า ราคาก็แพงกว่าร้านอื่นพอสมควร คือ 980 เยน

ราเมนเทพที่ว่า

บันไดทางขึ้น

หลังจากนั้นก็อยากกินของหวาน ก็เลยไปกิน Parfait ที่ร้านใกล้ๆสถานี Kintetsu Nara เป็นไอติมชาเขียว ใส่โมจิก้อนเล็กๆ 2 ก้อน คอร์นเฟลค ละก็ผลไม้ ราคา 630 เยน อร่อยดีนะ แต่ดูๆจากส่วนผสมแล้ว ไม่ค่อยเหมาะสมกับราคาซักเท่าไหร่ กิน Swensen ดีกว่า ฮ่าๆ

Parfait(อ่านว่า พาเฟ่) ที่ว่า

กินเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลากลับหอนอนพักผ่อนเอาแรง ก่อนที่จะต้องทำงานต่อในวันจันทร์ กลับถึงหอประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ด้วยความเมื่อยล้าไปทั้งตัว ก็เลยทิ้งตัวลงแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ สบายสุดๆ :)

ปล. โพสนี้รูปไม่สวยเลย เสียใจ TT

Share on Facebook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>