Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan 14: Kobe เมืองน่าอยู่ ตอนที่ 1

กว่าจะได้เวลาเขียนตอนที่ 14 ก็ทิ้งห่างไปอาทิตย์นึงได้ หลังจากที่ไปโกเบมาเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมางานล้นตัวก็เลยไม่มีเวลาเขียน (เห็นมั้ยมีงานนะไม่ได้เที่ยวอย่างเดียว 555) เริ่มกันเลยแล้วกัน

หลังจากที่จากที่เราได้รับความช่วยเหลืออย่างเหลือล้นจากพี่ในแลปที่เคยไปเรียนอยู่ที่ม.โกเบ เราก็ได้ที่พักสำหรับ 1 คืนของเราในโกเบ โรงแรมอยู่ในกลางใจเมืองเลย ติดกับแหล่งชอปปิ้งและของกินต่างๆ ถือว่าดีมากๆ ในราคาคืนละ 12000 เยน (2 คน) อาจจะแพงมากสำหรับคนไทย แต่ก็ถูกแล้วในญี่ปุ่น นอกจากนี้พี่เค้ายังหาแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารแนะนำซึ่งก็ต้องหนีไม่พ้น เนื้อโกเบ ที่ขึ้นชื่อ

เช้าวันเสาร์เราก็เริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 8.30 นั่งรถเมล์ ต่อรถไฟเช่นเคย ครั้งนี้ต้องนั่งรถไฟ 3 ต่อ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงได้ กว่าจะไปถึงที่สถานี Sannomiya ที่เป็นสถานีใหญ่กลางเมืองโกเบ ก็ 10 โมงกว่าๆ ซึ่งโรงแรมของเราก็อยู่แถวนั้น เลยเดินไปฝากสัมภาระที่โรงแรมกันก่อน แต่กว่าจะไปถึงโรงแรมได้เล่นเอาเหนื่อยมากๆ เพราะแผนที่ที่จดมาก็งงซะเหลือเกิน ถามคนแถวนั้นก็ไม่ค่อยมีใครรู้ หลงไปหลงมา จนสุดท้ายถามคุณลุงวัยทำงานคนหนึ่ง ซึ่งเค้าก็ไม่ใช่คนโกเบ ไม่รู้เหมือนกัน แต่เค้าก็อุส่าเข้าไปถามพนักงานร้าน Lawson ซึ่งเป็นสะดวกซื้อแถวนั้นให้ พนักงานร้าน Lawson ก็วิ่งออกมาชี้ให้คุณลุง แล้วคุณลุงก็เดินพาเราไปจนถึงหน้าโรงแรมเลย ปลื้มมากๆ >< โรงแรมของเราชื่อว่า Kitagami hotel

ใครกำลังจะไปโกเบช่วงนี้ ลองเข้าไปดูที่ Traveloka กันดูได้ครับ มีภาษาไทย ใช้งานง่าย มีโรงแรมให้เลือกหลากหลาย ราคาดี แถมชอบมีส่วนลดอยู่บ่อยๆด้วย ที่พักในโกเบลองดูกันที่นี่เลยครับ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/city/kobe-shi-20002317

บ้านเมืองของโกเบ

คุณอาแสนใจดีที่พาเราไปถึงหน้าโรงแรม

หลังจากเก็บของกันที่ Lobby ก็ได้เวลาที่ท้องร้องซะแล้ว เราเลยมุ่งหน้าไปร้านสเต็กโกเบที่พี่แนะนำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลย เดินไปนิดเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า Steak land หน้าร้านจะแลดูธรรมดามากๆ แต่พอเข้าไปข้างในกลายเป็นร้านหรู ที่มีโต๊ะเรียงราย นั่งได้โต๊ะละ 8 คน แต่ละโต๊ะจะมีเตาอย่ตรงกลาง และมี Chief ประจำโต๊ะ นั่นคือทำให้ดูสดๆตรงหน้าเลย

หน้าร้าน Steak land

บรรยากาศภายในร้าน

โต๊ะที่เรานั่งกัน

เราก็ไม่รอช้า สั่ง Kobe Steak กันคนละ 150g. ในราคา 2980 เยน ในชุดก็จะมีเนื้อโกเบ ข้าวเติมไม่อั้น สลัด และ ซุป พี่บอกว่าราคานี้เฉพาะมื้อเที่ยง ถ้ากลางคืนจะแพงเป็นหลักหมื่น เพราะคนชอบมากินกันตอนกลางคืนมากกว่า และจะมีพวกไวน์ กับของหวานด้วย ก็เลยแพง ไม่นานเครื่องเคียงในชุดก็ทะยอยมา และไฮไลท์ของเรา เนื้อโกเบก็มาถึง หน้าตาก็ดูเหมือนเนื้อธรรมดา เป็นชิ้นยาวๆ 4 ชิ้น

เครื่องเคียงในชุด

หลังจากผัดกระเทียมให้ก่อน และถือเนื้อให้ถ่ายรูป เชฟก็เริ่มบรรเลงย่างเนื้อให้โดยมีท่วงท่าที่ฝึกมาอย่างดี พวกเราทุกคนสั่งกันเป็น Medium rare ที่เชฟบอกดีที่สุดแล้ว ไม่นานก็เริ่มเสริฟให้เราทีละ 2-3 ชิ้น สัมผัสแรกหลังจากค่อยๆคีบเนื้อเข้าปาก เนื้อมีความนุ่มมาก รู้สึกว่ามีบางส่วนค่อยละลายหายไปด้วย (ไม่ใช่เนื้อหายไปทั้งชิ้นนะ ฮ่าๆ) รสชาติอร่อย ไม่มีความเหม็นเลย น้ำจิ้มนี่ก็มีให้เลือก 2 อย่าง อร่อยทั้งคู่เลย สรุปแล้วเราก็ได้กินกันคนละ 8-9 ชิ้น น้อยเกินไป TT

เนื้อโกเบไม่ได้หมักอะไรเลย (รูปนี้ถ่ายโดยโอ)

อ๊ากกก อยากกินอีก

Medium rare ข้างในยังแดงอยู่เลย แค่เห็นงี้ก็ดูนุ่มแล้วใช่มะ อร่อยมากกกก (ขอบคุณมือเฟย ฮ่าๆ)

หลังจากอิ่มอร่อยกับเนื้อโกเบแสนนุ่มแล้ว เราก็เดินทางไปที่ศาลเจ้า Ikuta Shrine ที่พี่แนะนำมา เค้าบอกว่าเป็นศาลเจ้าที่แปลกไม่เหมือนที่อื่นตรงที่ปกติศาลเจ้าจะอยู่ในป่าในเขา แต่ศาลเจ้านี้อยู่กลางเมืองเลย ซึ่งก็จริงเพราะอยู่ข้างๆซอยที่เป็นแหล่งอบายมุขเลย ศาลเจ้าสีแดงสดสวยดี ข้างในเงียบสงบมากๆ มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นดีด้วย ในศาลเจ้ามีหญิงสาวแต่งตัวในชุดกิโมโนสีขาวแดง หรือที่เรียกว่า มิโกะ โอเจ้าแห่ง ช.ก.ม. ก็ไม่พลาด เข้าไปท่องคาถาขอถ่ายรูปคู่โดยพลัน

ทางเข้าศาลเจ้า Ikuta Shrine

โอกับมิโกะ ไม่พลาดจริงๆ

ด้านในของศาลเจ้า

หลังจากรับความสงบจากศาลเจ้า Ikuta Shrine เรียบร้อย เราก็มุ่งหน้าขึ้นเขา Mt. Maya ซึ่งพี่ก็เตรียมหาวิธีการเดินทางไว้เรียบร้อย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราหาป้ายรถเมล์ที่เราต้องขึ้นไม่ได้ ถามคนแถวนั้นก็บอกผิดๆถูกๆ เดินวนหากันชั่วโมงกว่าถึงจะเจอ เล่นเอาเหนื่อยเลย แต่ในที่สุดก็ไปถึงสถานีรถกระเช้าขึ้นเขาจนได้ ค่ารถ 1500 เยน สำหรับไปและกลับ ต้องต่อรถ 2 ต่อ คือต่อแรกจะเป็นบนรางก่อน ต่อที่ 2 จะเป็นกระเช้าแบบแขวน ซึ่งวิวสวยมากๆ อยู่บนกระเช้าก็สามารถมองเห็นเมืองโกเบได้ทั้งเมืองแล้ว

ต่อแรก เป็นรถราง

ต่อที่ 2 เป็นกระเช้าวิวสวยดีนะ

หลังจากใช้เวลาไม่นาก็ขึ้นไปถึงยอดเขา Maya ซึ่งข้างบนเป็นลานกว้าง มีผู้คนมาวางของเล็กๆน้อยขายกัน เป็นตลาดนัดย่อมๆเลย มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองโกเบ และอ่าวโกเบได้แบบ เกือบ 180 องศา ตอนเย็นๆก็ยังไม่ใช้ไฮไลท์เท่าไหร่ เราก็เลยไปเดินเล่นในจุดอื่นๆบนเขาก่อน ซึ่งก็มีพวกเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เดินดูดอกไม้ แต่ไปละก็ไม่มีดอกอะไรบานเลย = =

บรรยากาศบนเขา Mt. Maya

จุดชมวิว

ตรงนี้ควรจะมีดอกไม้บ้าง แต่มันไม่บาน = =

เดินเลยไปถึงวัด Tenjoji ซึ่งพี่บอกว่าเป็นอีกที่ที่แปลก เพราะวัดปกติจะอยู่ในเมือง แต่ที่นี่อยู่บนเขา เออก็แปลกดีตรงที่มันแปลกเนี่ยแหละ – -” เราไปถึงวัดก็ประมาณ 5 โมง ซึ่งวัดเกือบจะปิดแล้ว ไม่มีคนเลย สงบเงียบมากๆ

วัด Tenjoji

หลังจากนั้นเราก็อยากจะไปที่อื่นต่อแต่เกือบทุกที่ก็ปิดหมดแล้ว เราก็เลยเดินกลับไปจุดชมวิวเพื่อรอดูเมืองโกเบยามค่ำคืนกัน ซึ่งระหว่างนั้นอากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ จนหนาวสั่นเลย ต้องไปซื้อชาร้อนกระป๋องมากินให้ความอบอุ่นซะหน่อย ที่นี่ดีอย่างว่าบนเขาก็มีตู้กดน้ำด้วย ซึ่งมีทั้งร้อนทั้งเย็น และราคาก็ไม่ต่างกับข้างล่าง สะดวกดี หลังจากรอคอยด้วยความหนาว ฟ้าก็เริ่มมืดลงกลายเป็นสีคราม แสงไฟในเมืองโกเบก็ค่อยๆสว่างขึ้น จนเห็นเป็นเมืองโกเบยามค่ำคืนที่สวยงามมากๆ คุ้มค่าการรอคอยจริงๆ ><

จุดชมวิวที่เห็นเมืองโกเบเกือบ 180 องศา

ระหว่างรอ ขอมีรูปกะเค้าหน่อย

เมืองโกเบยามค่ำคืน สวยที่สู๊ดดด

ลานบนนั้นมีเปิดไฟ Black light ส่วนบนพื้นก็มีเหมือนก้อนหินที่สะท้อนแสง Black light สวยดีด้วย

หลังจากเห็นแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองโกเบกันพอแล้ว ก็กลับไปที่ Sannomiya เพื่อหาอาหารเย็นกินกัน เนื่องจากตอนเที่ยงเราเจ็บหนักแล้ว ก็เลยหาอะไรเบาๆ สบายกระเป๋าบ้าง ก็ได้เป็นชุดโซบะเย็นกับเทมปุระ ราคาโปรโมชั่น 650 เยนเท่านั้น รสชาติก็อร่อยดี คุ้มกับราคามาก

หน้าตาชุดโซบะเย็น กับเทมปุระ

กินเสร็จก็ 4 ทุ่มแล้ว ก็เลยเดินเที่ยวรอบๆแถวนั้น ก็พบว่าเป็นย่านที่คล้ายๆกับ Namba ของ Osaka เป็นย่านแสงสี และความบันเทิงของโกเบเลย อีกอย่างที่สังเกตได้สำหรับคนญี่ปุ่นก็คือวัยรุ่นจะเมากันเร็วมาก 4-5 ทุ่มก็เริ่มออกมาหน้าร้านอ้วกแตกอ้วกแตนกันแล้ว สงสัยเพราะรถไฟมีถึงแค่เที่ยงคืนเลยต้องรีบเมากันจะได้กลับทัน ไม่งั้นแท๊กซี่จะแพงมากๆ

Sannomiya ย่านแสงสีของโกเบ

เราก็พยายามเดินหาร้านของหวานกินกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มปิดกันหมดแล้ว ในที่สุดก็ได้เป็น Patisserie ที่เหมือนพายผลไม้อันดับ 1 ของร้านนี้ ราคาชิ้นละ 546 เยน แต่ร้านจะปิดแล้วเลยต้องซื้อใส่กล่องกลับมากัน นึกว่าจะไปหาที่นั่งกินแถวๆนั้นแต่ก็ดูแล้วมันเถื่อนเกินไป เพราะเริ่มมีแต่คนเมา เราก็เลยตัดสินใจไปกินที่ Lobby โรงแรมกัน

Patisserie หน้าผลไม้ ครีมหวานหอม ตัดกับรสเปรี้ยวของผลไม้ได้อย่างดี

คุณลุงที่ดูแลก็ใจดีมากๆ เอาส้อมและจานมาให้ด้วย เราก็เลยนั่งกินกันและเม้าท์แตกกันจนถึงตี 5… เลยขึ้นไปนอน ซึ่งตอนนั้นฟ้าเริ่มสว่างแล้ว และก็เพิ่งจะได้เห็นห้อง ซึ่งเล็กกว่าที่คิดมากๆ แทบจะไม่มีทางเดินเลย แต่ก็สะอาดสะอ้านดี ถือว่าใช้ได้ และวันแรกของโกเบก็จบลง…

สภาพห้อง

วันเดียวเอง ยาวจัง  พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีกวันค่อยต่อในตอนต่อไป แต่เมืองโกเบน่าอยู่จริงๆนะ ค่าครองชีพก็ถูก เมืองก็เจริญมีทั้งร้านค้าช้อปปิ้ง อาหารการกิน ที่เที่ยวก็น่าเที่ยวทั้งนั้น ด้านหน้าเป็นทะเล ด้านหลังภูเขา ฮวงจุ้ยดีด้วย ฮ่าๆ

ลากันไปด้วยเมืองโกเบยามค่ำคืนกันแบบยาวววๆๆ


Share on Facebook

Responses (2) to “Life in Japan 14: Kobe เมืองน่าอยู่ ตอนที่ 1”

  1. bobear says:

    อยากไปอ่า มันหนาวมากเลยหรอค่ะ

      (Quote)

  2. Pukpik says:

    เนื้อน่ากินจริงๆ :)

      (Quote)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>