Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan 15: Kobe เมืองน่าอยู่ ตอนที่ 2

เอาจริงๆบล็อคนี้เขียน draft ไว้ตั้งแต่เมื่อ… June 4, 2012 at 12.10 am มาถึงวันนี้ได้ฤกษ์ใส่รูปละก็อัพๆให้จบไปซะที

หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์เศษๆ เพิ่งจะได้ฤกษ์เขียนต่อจากคราวที่แล้วซักที เริ่มเลยแล้วกัน

วันที่ 20 พ.ค….. หลังจากที่เมื่อคืนก่อนนั่งเม้าท์แตกกันจนถึงตี 5 เราก็หลับกันสบายในห้องนอนเล็กๆของโรงแรมจนกระทั่งตื่นตอน 10.30 น. ก็อาบน้ำแต่งตัว ขณะนั้นมีคุณป้าโทรขึ้นมาให้เช็คเอาท์ด้วย คุณป้าก็พูดภาษาญี่ปุ่นรัวๆ จับใจความได้คำเดียวที่เค้าพูดภาษาอังกฤษคือ Are you ok? 555 สงสัยจะคิดว่าเราแฮงค์ ก็ตอบโอเคไปแล้วก็รีบลงมาเช็คเอาท์ เวลานั้นก็ประมาณ 11.15 น. เพิ่งจะรู้ว่าที่นี่ต้องเช็คเอาท์ก่อน 11 โมง เที่ยงนี้เราก็ไปกินราเมนแบบยืนกิน เป็นร้านที่มีคนเข้าออกตลอดเวลา ราคาไม่แพงด้วย 500 เยนเอง รสชาติก็ใช้ได้เลย ถือว่าคุ้มค่าและได้อารมณ์ไปอีกแบบ

สภาพในร้านได้อารมณ์ดีเหมือนกัน

หน้าตาของราเมน ดูไปดูมาก็คล้ายๆโจ้กเหมือนกัน 555

หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อยก็เดินซื้อของในร้าน Cosmetic ต่างแถวๆสถานี Sannomiya ซึ่งมีอยู่หลายร้าน แต่ละร้านราคาไม่เท่ากันเลย บางร้านอย่างนึงถูกกว่า แต่อีกอย่างนึงแพงกว่าร้านอื่น ก็ต้องเดินวนไปวนมาเช็คราคาจนได้ของที่ถูกที่สุด ใช้เวลาเดินวนไปวนมาเลือกซื้อของอยู่ชั่วโมงนึงได้

ร้านค้าทั่วๆไป

ร้าน Cosmetic ที่ว่า

บ่ายนี้เรามีโปรแกรมหลวมๆในการเที่ยวโกเบ ก็เลยไม่รีบมาก โปรแกรมแรกคือเดินจากแถวๆ Sannomiya ไปย่าน Kitano ที่มีคฤหาสน์ของคนต่างชาติมาสร้างไว้อยู่ตรงตีนเขา เพราะโกเบเป็นเมืองท่าแห่งแรกๆของญี่ปุ่น ในสมัยก่อนก็เลยมีชาวต่างชาติมาอยู่แถวนี้เยอะและก็สร้างบ้านไว้ จนตอนนี้ก็เปิดคฤหาสน์เหล่านั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ซะ แต่ละหลังก็สวยดี แต่ไม่ได้เข้าเลย เพราะไม่มีเวลาและเสียตังด้วย นอกจากนี้ยังมีร้าน Starbucks ที่หน้าตาสวยงาม เห็นพี่บอกว่าคนญี่ปุ่นให้ Starbucks ที่นี่เป็นร้านที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลย  ย่านนี้มีของเด็ดคือชีสเค้กซึ่งรสชาติก็ใช้ได้เลย อร่อยดี

ระหว่างทางเดินไป Kitano

โอบอกว่านู่นนน ร้าน Starbucks

หน้าร้าน Starbucks สวยดีๆ

ภายในร้านกับนายแบบโอ สาขานี้เหมือนบ้านคนมากกว่า

คฤหาสน์สวยๆ

อีกหลัง

ถ่ายหมู่ไปเรื่อย

นี่ก็อีกหลังนึง

หลังจากเดินที่ Kitano เสร็จก็เริ่มรู้สึกเวลาเวลาไม่พอแล้ว ก็ต้องรีบกันหน่อย โปรแกรมต่อไปของเราคือไปหาผักทำอาหารไทยที่ China town เพราะเมื่อคืนเข้าไปถามร้านอาหารไทยว่าจะซื้อได้ที่ไหนได้ พี่เจ้าของร้านก็ให้ไปซื้อที่นี่ นอกจากนี้พี่ในแลปยังบอกว่าที่นี่มี Nikuman หรือซาลาเปานั่นเอง ขึ้นชื่ออยู่และต้องไปกินให้ได้ พอไปถึงก็พบว่าในย่าน China town นี้มีแต่ร้านขาย Nikuman เต็มไปหมด รวมทั้งขนมจีบ เสี่ยวหลงเปา เป็ดปักกิ่งที่ขายแบบเป็นคำด้วย แทบทุกร้านจะขายเหมือนๆกันเลย ราคาก็แพงสำหรับเรา คือซาลาเปาลูกละ 150 เยน (ประมาณ 60 บาท)

ส่วนร้านที่พี่ในแลปแนะนำว่าเป็นเจ้าแรกของญี่ปุ่นก็พบว่าคนต่อคิวกันเกือบ 50 คนได้ แสดงว่าน่าจะเด็ดจริงๆ

เราเดินหาเครื่องปรุงอาหารไทยอยู่นานมากๆ หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ก็เลยไปร้านที่ขายของแห้งและก็เจอถุงปรุงรสของไทยและมีพริกขี้หนูอยู่บนซอง ก็เลยเอาไปถามคนขายว่าจะซื้อไอ้นี่ได้ที่ไหน เค้าก็บอกทางไป และในที่สุดเราก็เจอกับร้านเล็กๆที่ขายผักสดของไทย คนขายเป็นคุณยาย 2 คน ไม่น่าเชื่อว่าจะพูดชื่อผักไทยได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู กะเพรา โหรพา ผักชี ซึ่งเราก็ซื้อมาทั้งหมดรวมทั้งเครื่องต้มยำด้วย หมดเงินกับผักไทยเพียงหยิบมือในราคา 1700 เยน แพงมากๆ ที่เราต้องซื้อผักไทยก็เพราะอาทิตย์นี้เรามีปาร์ตี้อาหารไทย ที่ทำเลี้ยงอาจารย์และพี่ๆในแลปต่างๆ ซึ่งอาจารย์จะเป็นเจ้ามือเอง (สุดท้ายเลื่อนไปอีกอาทิตย์นึงและผักต้องทำกินเองและจ่ายเอง = =)

หลังจากได้ของกันเรียบร้อยก็หาร้านอาหารจีนกินไม่่งั้นจะหาว่ามาไม่ถึง ก็เข้าไปนั่งกินเสี่ยวหลงเปากันคนละ 515 เยน และ Nikuman ลูกนึง รสชาติก็…สู้ของไทยไม่ได้เลยจริงๆ

***** เสียใจ… รูปช่วงนี้หายไป 100 รูปได้ ไม่รู้หายไปไหน TT *****

พอฟ้าเริ่มจะมืดแล้ว ก็ถึงเวลาไปที่หมายสุดท้าย นั่นคือ Harborland ที่อยู่ตรงข้ามกับ Kobe port tower แลนมาร์คของโกเบ และที่ Mosaic ห้างที่ตั้งอยู่ตรง Harborland ซึ่งมีชีสเค้กชื่อดังอันดับ 2 ของญี่ปุ่นที่เฟยกับหลีหามา ตอนแรกนึกว่าจะต้องเดินไปอีกไกลแล้ว แต่พอหันไปอีกทีก็พบว่าร้านอยู่ข้างๆกับที่ยืนอยู่เอง แต่ก่อนจะกินก็ได้เวลาแสง Twilight พอดี เลยไปถ่ายรูปกับ Port tower ก่อน จนหนำใจค่อยกลับมากิน

รูปที่มีอยู่มาเริ่มแถวนี้

วิว Kobe Port Tower จากฝั่ง Harborland

สำหรับชีสเค้กร้านนี้ เป็นชีสเค้กเด็นมาร์ค คือเป็นเค้กเปล่าๆโปะหน้าด้วยชีสแผ่น (ไม่น่าจะเข้าเลย) ละก็เอาไปอุ่นจนชีสเยิ้ม รสชาติก็ไม่ได้ดีมาก เหมือนกินชีสกับเค้กมากกว่า ไม่รู้ทำไมถึงขึ้นชื่อขนาดนั้น

ชีสเค้กที่เป็นชีสจริงๆ

ถ่ายรูปรวมก่อนกลับ

ก็จบแล้วสำหรับทริปนี้ สังเกตได้ว่าไม่ได้กินข้าวเย็น เพราะมัวแต่วิ่งหาร้านนู้นร้านนี้ และแข่งกับเวลา ซึ่งตอนแรกคิดว่าเหลือเฟือ พลาดจริงๆ สรุปว่าทริปนี้ก็เป็นทริปที่ดี ได้กินเนื้อโกเบแสนอร่อย ขึ้นเขาไปดูเมืองโกเบแบบเกือบ 180 องศา ดูบ้านเมือง วัด ศาลเจ้า คฤหาสน์ต่างชาติ รวมทั้งย่านคนจีน China town ปิดท้ายด้วยชีสเค้กขึ้นชื่อ แต่จริงๆแล้วโกเบยังมีที่เที่ยวอยู่อีก แต่คงจะไม่ได้ไปแล้วเพราะใช้เวลา + ตังเยอะเกินไป ถ้ามีโอกาสก็ลองมากันได้ เป็นเมืองที่น่าอยู่ดี บ้านเมืองก็เจริญไม่แพ้โอซากา เพีียงแต่เล็กกว่าเท่านั้น มีธรรมชาติที่สมบูรณ์บนเขาทางทิศเหนือ มีความเป็นเมืองท่าติดทะเลอยู่ทางใต้ แสงสี อยู่กลางเมือง ถือว่าครบดีจริงๆ

จบโพสนี้ก็คงทิ้งห่างไปอีกซักพัก เพราะใกล้จะจบการฝึกงานแล้ว ต้องรีบปั่นงานให้เสร็จก่อน แต่ถ้ามีโอกาสหรือเบื่อๆเมื่อไหร่ก็จะมาเขียนต่อแล้วกัน

 

Share on Facebook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>