Poomillust

A small world of poomillust

Life in Japan 7: Osaka in 24 Hrs!!!

โอซากายามเช้า ไร้ซึ่งผู้คน

หลังจากที่ได้อาบน้ำแต่งตัวสวยๆหล่อๆ กินข้าวและวางแผนการไปเที่ยวโอซากาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเป็นช่วงเวลา 24 ชั่วโมงของการไปเที่ยวโอซากา โดยที่ไม่มีการนอนโรงแรมใดๆทั้งสิ้น…!!

19.30 น. เวลานัดหมายกับพี่ยศที่จะไปกับพวกเราก็มาถึง เรารีบไปตามจุดนัดหมายซึ่งก็คือป้ายรถเมล์หน้ามหาลัยฯ จากนั้นก็รอรถเมล์ประมาณ 10 นาที เพื่อไปต่อรถไฟที่สถานี Gakken-Kita-Ikoma เป้าหมายของการเดินทางคืนนี้ก็คือ…​ผับในโอซากา โดยที่อยู่ในผับจนถึงตี 5 (เวลาปิด) แล้วก็ไปเที่ยวปราสาทโอซากาต่อในตอนเช้า และเดินชอปปิ้งในนัมบะตอนบ่าย

ยืนรอรถไฟที่สถานีไรซักอย่าง

หลังจากเดินทางด้วยรถไฟ 2 ต่อ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็มาถึงสถานี Namba ซึ่งเป็นจุดหมายของเรา ก่อนจะเดินทางต่อ ก็เอากระเป๋ากล้อง กับขาตั้งกล้องไปเก็บใน Locker ที่สถานีก่อน เพื่อไม่ให้เป็นภาระในค่ำคืนนี้ สำหรับราคา ก็ตามขนาดความจุ ที่ใช้ก็เป็นขนาดเล็กสุด ใส่กระเป๋าสะพายได้ 2 ใบ ราคาวันละ 300 เยน อย่างเราข้ามคืนก็ต้องจ่ายเป็น 600 เยน

ตู้ Locker ที่สถานี ไฮเทคดี ปลอดภัยด้วย

จากนั้นก็เดินต่อไปที่นัมบะ เพื่อหาผับที่จะเข้ากัน พยายามเดินหาแถวๆป้ายกูลิโกะ ที่ทุกคนรู้จักดี ก็ไม่เจอร้านที่น่าสนใจเท่าไหร่ ระหว่างทางก็พบกับสิ่งแปลกตามากมาย ที่สะดุดตามากๆ ก็เห็นจะเป็นป้ายหน้าร้านที่มีวีดีโอเชื้อเชิญแขก สงสัยว่าที่นี้จะรู้จักเพลงคันหูที่โด่งดัง เพราะร้านนี้เป็นร้านบริการแคะขี้หูโดยสาวๆญี่ปุ่น โดยให้นอนบนตักพวกเธอเหล่านั้นแล้วเธอก็จะแคะขี้หูให้ คิดค่าบริการ ชม.ละ 3000 เยน  (อาจจะมีอย่างอื่นด้วยรึเปล่าไม่รู้ เพราะแพงเหลือเกิน ;P)

เสียดายถ่ายไม่ทันจังหวะที่โชว์แคะหู

นอกจากร้านแคะขี้หูแล้ว บนสะพานที่ข้างๆป้ายกูลิโกะที่เป็น Landmark ของที่นี่ ก็จะมีสาวๆแต่งตัวดีมายืนเรียงกันบนสะพาน จากที่ถามๆก็รู้ว่าเป็นการยืนรอลูกค้า เสมือนว่า… นั่นแหละ นอกจากสาวๆแล้วก็ยังมีผู้ชายใส่สูทผูกไทด์ ไม่ก็ใส่ผ้ากันเปื้อนสีดำ มายืนอยู่เหมือนกัน สำหรับผู้ชายพวกนี้เป็นพนักงานเชิญแขก

สาวๆที่มายืนเรียงกันบนสะพาน

หลังจากเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งก็จะพบกับถนนเล็กๆขวางอยู่ เมื่อมองไปจะพบผู้คนมากมายเดินควักไขว่ และที่โดดเด่นเป็นสง่า ก็คือสาวๆแต่งตัวหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นชุดตามแฟร์ชั่นธรรมดา ชุดกิโมโน ชุดเมด มายืนกันเต็มสองข้างทาง ละก็มีผู้ชายใส่สูทผูกไทด์ยืนประกบเป็นระยะๆ อยากจะบอกว่าสาวๆพวกนี้แต่ละคนดูดีมากๆๆๆๆ ไม่ควรจะมาเป็นพวกนี้เลย ก็เดินๆต่อไป พลางคิดถึงกล้องที่เอาไปฝากไว้ TT ถ้ามีกล้องนะะะ….​ สองข้างทางในถนนเส้นนั้นก็มีแต่ร้าน 18+ ติดป้ายเชื้อเชิญเราทุกก้าวที่เดิน อ่านป้ายไม่ออกเหมือนกัน อ่านออกแค่ 20 นาที 1200 เยน 60 นาที 3000 เยน น่าจะเข้าใจกัน ฮ่าๆ

เมื่อเดินได้ซักพักก็ยังหาร้านไม่ได้เลย ก็เหลือบไปเห็นร้านอาหารไทย เลยเข้าไปถามเจ้าของร้านซึ่งเป็นคนไทยใจดี ก็แนะนำมา 2-3 ที่ แต่ลองไปดูก็ปิด ก็เริ่มเมื่อยกันแล้ว เลยไปกินทาโกยากิเจ้าอร่อย ที่ตอนมา (ประมาณ 3 ทุ่ม) มีคนต่อแถวยาววว แต่ตอนนี้ประมาณ 5 ทุ่ม คนก็เริ่มน้อยแล้ว ทาโกยากิที่นี่ 6 ลูก 350 เยน 10 ลูก 600 เยน อร่อยมากๆ ปลาหมึกเป็นปลาหมึกจริงๆ น้ำราดร้อนๆ กลิ่นหอมๆ โรยหน้าด้วยปลาหมึกแห้งทำให้ดูน่ากินเป็นที่สุด (กินไป 5 ชิ้นแล้วยังอยากกินอยู่เลย)

ร้านทาโกยากิที่ว่า คนต่อแถวเพียบเลย (ช่วงกลางคืนใช้มือถือถ่ายเลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่)

น่ากินปะหละะ

หลังจากเติมพลังกันเรียบร้อยก็เดินหาร้านกันต่อ หลังจากเดินอีกแปปนึงก็ไม่ไหวแล้ว เลยจบลงด้วยร้านที่ชื่อว่า Pure ซึ่งเป็นร้านที่ Search เจอเป็นร้านแรกเลย ค่าเข้าก็แพงมาก ผู้ชาย 3000 เยน ผู้หญิง 2000 เยน ดื่มไม่อั้น อยู่ได้จนร้านปิดตี 5 ก่อนจะเข้าไปก็จ่ายตังเรียบร้อย รับแก้วพลาสติก 1 ใบ แล้วก็เข้าไปข้างใน บรรยากาศก็เหมือนอยู่ในห้องรมควัน เพราะให้สูบบุหรี่ได้เต็มที่ ไม่ชอบเอามากๆเลยตรงนี้ ละก็ที่แปลกอีกอย่างคือ น้ำต้องเดินไปต่อแถวเติมเอง คนในผับก็อัธยาศัยดี ไม่มีพวกนักเลงเลย ได้คุยกับคนญี่ปุ่น เค้าก็รู้จักประเทศไทยทุกคน แถมเกือบทุกคนที่คุยเคยมาไทยแล้ว รู้สึกดีจริงๆ

หลังจากอยู่ในนั้นถึงตี 5 ก็ออกมา พบกับแสงยามเช้า ที่นี่พระอาทิตย์ขึ้นเร็วดี ตี 5 ก็เริ่มเห็นฟ้าสีน้ำเงินแล้ว ด้วยความคิดถึงกล้องก็รีบไปที่สถานี Numba เพื่อไปเอากล้องที่ฝากไว้ ละก็กลับมาเจอกับเพื่อนๆที่นั่งสลบกันอยู่

สภาพหลังจากออกมาจากผับ

เพื่อเป็นการ Restart เครื่อง ก็ไปกินราเมนมังกรทอง(ชื่อร้านมั้ง) ราคาชามละ 600 เยน รสชาติใช้ได้เลย น้ำซุปร้อนๆ กับอากาศยามเช้าที่เย็นกว่าตอนกลางคืน มันรู้สึกดีจริงๆ

ราเมนร้อนๆ

กินเสร็จแล้วก็ Fresh กันทันที

หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางไปที่ปราสาทโอซากา ใช้เวลาไม่นานก็ถึงสถานี Tanimachi4-chome ที่ใกล้กับปราสาทโอซากาที่สุด หลังจากที่ออกจากสถานีรถไฟแล้ว เวลานั้นประมาณ 6 โมงเช้า เราก็พบกับสวนหย่อมเล็กๆบรรยากาศดี มีอะไรไม่รู้ ขอเรียกว่า”แคร่”แล้วกัน ชวนให้เราไปนอน สุดท้ายเราก็ทนความเหนื่อยล้าไม่ไหว ล้มลงนอนบนแคร่นั้นกันทันที

ทิ้งตัวลงนอนบนแคร่ (จัดฉากให้ตัวเองไปอยู่ในรูปนิดนึง ก่อนนอน)

หลังจากนอนเติมพลังกัน..เรียกว่าข้างถนนก็ได้ อยู่ 3 ชั่วโมง ก็ตื่นกันและไปล้างหน้าแปรงฟัน ในตีกข้างๆ ซึ่งตอนหลังรู้ว่าเป็นสำนักงาน NHK ที่ยิ่งใหญ่ และพร้อมสำหรับการเที่ยวปราสาทโอซากาที่กำลังรอเราอยู่

ตึก NHK สวยดีนะ

ปราสาทโอซากายิ่งใหญ่อลังการมาก มีคูน้ำ พร้อมกำแพงสูงที่ทำจากหินมาเรียงต่อกันในรูปแบบโค้งล้อมรอบไว้ เดินเข้าไป ระหว่างทางก็พบกับกลุ่มนักเรียนแต่งตัวในชุดเกราะดูเท่ดี รู้สึกว่าวันนี้จะมีแข่งฟันดาบ(ไม้ไผ่) อยู่พอดี

คูน้ำและกำแพงชั้นนอกสุด

ขอถ่ายรูปกับนักเรียนที่มาแข่งฟันดาบซะหน่อย

ผ่านคูน้ำและกำแพงสูงอีก 1 ชั้น ก็พบกับตัวปราสาทโอซากา ที่สูงเด่นเป็นสง่าอยู่ ทุกคนตัดสินใจไม่เข้าไปเที่ยวในตัวปราสาท เพราะต้องเสียคนละ 700 เยน และอ่านจากในเว็ปบอกว่าข้างในไม่ค่อยมีอะไร ก็เลยเดินเที่ยวรอบๆแทน

ถ่ายรูปรวมกับปราสาทโอซากา

ขึ้นไปข้างบนได้ด้วย แต่ไม่ได้ขึ้น

วันนี้มีกองทัพตากล้องจากไหนไม่รู้ ขนเลนส์มหึมากันมาเพียบเลย จากการไปถามดูก็บอกว่ามาถ่ายนกกัน

กองทัพตากล้องพร้อมเลนส์โหดๆ

อีกรูปก่อนลาจากปราสาทโอซากา

หลังจากเดินรอบๆก็เวลาประมาณเที่ยงพอดี ก็ออกจากปราสาทโอซากา เพื่อนั่งรถไฟกลับไปที่นัมบะ เพื่อเดินชอปปิ้งกันต่อ ที่สถานีนัทบะเป็นสถานีที่ใหญ่มาก มีเหมือนเป็นห้างอยู่ในนั้นด้วย มีร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมด ก็เลยแวะกินข้าวกันและนั่งพักด้วยความเหนื่อยล้า อาหารที่กินเที่ยงนี้เป็นชุดข้าวกับปลาซาบะ และน้ำซุปไก่ อร่อยดีๆ ราคาไม่เบา 790 เยนแหนะ

ข้าวเที่ยงวันนี้

หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อย ก็เดินเล่นแถวๆนัมบะ ด้วยความเหนื่อยล้า ก็เดินอยู่ไม่เท่าไหร่ ก็ไปนั่งอยู่ในบันไดหนีไฟของห้างนึง เพราะเดินไม่ไหวแล้ว เมื่อยไปหมดทั้งตัว

พอประมาณ 5 โมงก็นัดเจอกับสาวๆและก็กลับกัน จนสุดท้ายมาถึงมหาลัยตอน 19.30 น.พอดิบพอดี

สรุปว่าเป็น 24 ชั่วโมงที่ทรหดมาก ได้ประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวผับในญี่ปุ่นถึงเช้า นั่งรถไฟเองครั้งแรก นอนริมถนน ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่สามารถหาได้จากการซื้อทัวร์มาเที่ยว ถึงแม้จะเหนื่อยมากๆ แต่ก็รู้สึกดีที่ได้สัมผัสรสชาติใหม่ของชีวิต ขอแนะนำว่าควรลองดูซักครั้ง มันสุดยอดจริงๆ

วันนี้จริงๆได้ทำงานต่อแล้ว(อย่าคิดว่ามาเที่ยวอย่างเดียวนะทุกคน ;P) แต่เดี๋ยวรวบยอดไปเล่าเรื่องการทำงานในวันพรุ่งนี้แล้วกัน

ลากันไปด้วยภาพพาโนรามากำแพงชั้นนอกของปราสาทโอซากาแล้วกัน :)


Share on Facebook

Responses (4) to “Life in Japan 7: Osaka in 24 Hrs!!!”

  1. minikoong says:

    แฉรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

      (Quote)

  2. Tiny says:

    ปลาหมึกที่โรยทาโกยากิชิ้นใหญ่มากอ่ะ
    ปราสาทสวยดี ^^

      (Quote)

  3. TM says:

    ทาโกะยากิ กรี๊ดดดดดด

      (Quote)

  4. naprang manator says:

    เพิ่งมีโอกาสได้มาอ่านเจอ กำลังจะไปวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ค่ะ ชอบไสตล์การเที่ยว(และลุยมากค่ะ 555) ที่สำคัญรูปสวยทุกรูปค่ะ จากที่อยากไป 100% กลายเป็น 1000% เลย
    สำหรับทริป 24 ชั่วโมงนี้ก็น่าลองค่ะ จะลองไปทำดูค่ะ ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ค่ะ ^^

      (Quote)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>