Poomillust

A small world of poomillust

Kamikochi :: Heart of the Northern Alps

ดินแดนมหัศจรรย์ หัวใจแห่งเทือกเขาเจแปนแอลป์

สถานที่ท่องเที่ยวกลางหุบเขาที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์

กับวิวยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์

และแม่น้ำ Azusa อันใสสะอาดไหลที่ผ่านกลาง

. . . K A M I K O C H I . . .

 

 

สองครั้งแล้วครับ ที่ผมเดินทางเข้าไปยังดินแดนแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ผมชอบที่สุดในญี่ปุ่น

ครั้งแรก ที่ไม่ได้ตั้งใจซักเท่าไหร่ แต่ไปแค่เพื่อเป็นทางผ่านขึ้นไปยังหุบเขา Karasawa ในฤดูใบไม้ร่วง
ครั้งที่สอง ตั้งใจเพื่อหนีความอบอ้าวในเมืองหลวงไปชื่นชมธรรมชาติอันเขียวขจีของฤดูร้อน

แม้ครั้งล่าสุดนี้จะไปเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ที่นี่ก็ไม่ทำให้ความตื่นเต้นของผมลดลงไปได้เลย
ตั้งแต่แว่บแรกที่ได้เห็นวิวภูเขาอันยิ่งใหญ่ ฉายเงาสะท้อนอยู่บนน้ำ
ภาพติดตาที่ใครไปตอนเช้า วันที่อากาศดี จะต้องได้เห็นทางกระจกรถด้านซ้าย
สะพานกัปปะ สะพานที่สั้นๆเล็กๆ แต่มีวิวที่เด็ดดวงยิ่งกว่าสะพานใหญ่ๆทั่วไป
จุดกางเต็นท์ Konashi Daira ที่ให้คุณได้กางเต็นใต้ต้นสนสูงใหญ่
และมีวิวหน้าเต็นท์เป็นแม่น้ำและภูเขาแห่ง Hotaka แบบเต็มตา
เส้นทางเดินชมธรรมชาติ ลัดเลาะไปตามแม่น้ำ Azusa อันใสสะอาด
มีทั้งฝูงลิงป่าที่ลงมาเดินเล่นกับเรา และปลาเทราท์ที่ว่ายทวนน้ำรอดักจับปลาเล็กๆอยู่ในลำธาร
บ่อน้ำที่เกิดจากลำธารใต้ดินที่ตื่นเขินขึ้นทุกๆปี
และไปจบลงด้วยบ่อน้ำใหญ่ที่เกิดจากทางไหลของลาวาเมื่อภูเขาไฟ Yaketake เกิดการระเบิดครั้งใหญ่

ทั้งหมดนี้รอคุณอยู่ที่นี่  Kamikochi

 

ถ้าพร้อมแล้ว เดินทางไปกับผมแบบ 2 อารมณ์ 2 ฤดูได้เลยครับ !

 

 

การเดินทาง

Tokyo – Matsumoto

การเดินทางที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งรถไฟ Limited Express สาย Super Azusa หรือ Azusa
ที่วิ่งจากสถานี Shinjuku ไปถึง สถานี Matsumoto ในเวลาเพียงแค่ สองชั่วโมงครึ่งครับ ค่าเดินทางประมาณ 7000  เยนต่อเที่ยว
หรือถ้านั่งรถไฟธรรมดาแบบผม ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ในราคา 2100 เยน ด้วยตั๋ว Seishun 18 Kippu ก็ได้เหมือนกันครับ

นอกจากนั้นก็ยังมีรถบัสที่วิ่งจาก Tokyo ไป Matsumoto อีกมากมายหลายเที่ยว
ใช้เวลาประมาณ สามชั่วโมงครึ่ง ในราคา 3500 เยนต่อเที่ยว

Tokyo – Kamikochi

ในช่วงหน้าร้อนเดือน 7-10 จะมีรถบัสพิเศษที่วิ่งตรงจาก Shibuya ไปที่ Kamikochi เลยด้วยครับ
ออกเดินทาง 4 ทุ่ม ถึงที่นั่นตอนตี 5 เศษ ก็เที่ยวยาวๆทั้งวันจนถึงบ่าย 3 โมงครึ่ง ก็เดินทางกลับมาถึงโตเกียวตอน 3 ทุ่มเศษ
ราคาขาละ 7400  เยน ง่ายและสะดวกดีเหมือนกัน (ไป-กลับราคา 14800 นะครับ)
รายละเอียดเพิ่มเติม (ภาษาญี่ปุ่น) : http://sawayaka.alpico.co.jp/area/kamikochi/shibuya/

นอกจากนี้ก็มีบัสจากชินจุกุ และสถานีโตเกียวอีกด้วยครับ รายละเอียดตามลิ้งนี้เลย
http://www.alpico.co.jp/en/transportation/detail.php?id=15

Matsumoto – Kamikochi

สำหรับการเดินทางจาก Matsumoto มี 3 วิธีครับ

1. รถบัส Matsumoto – Kamikochi มีแค่วันละรอบเท่านั้นครับ คือตี 5 ครึ่ง ถึง kamikochi ตอน 7 โมงเศษๆ
2. รถไฟ  Matsumoto – Shinshimashima แล้วต่อถ้วยรถบัสไปจนถึง Kamikochi มีเรื่อยๆครับ ดูตารางได้ที่
http://www.kamikochi.or.jp/access/bus-timetable_1/

ราคาเบ็ดเสร็จขาละประมาณคนละ 2700 เยนครับ

3. รถแท๊กซี่ Matsumoto – Kamikochi ผมเคยนั่งตอนไปครั้งแรกครับ ราคาเหมาประมาณ 15,000 เยน แพงหน่อยแต่สะดวกไม่ต้องรอครับ ขากลับก็โทรเรียกให้มารับได้เลย (ขึ้นได้ที่หน้าสถานี Matsumoto เลย)

 

จุดท่องเที่ยวสำคัญ

หลังจากที่ทราบวิธีการเดินทางกันแล้ว มาดูกันบ้างดีกว่าครับ ว่าที่นี่มีอะไรให้ดูให้ชมกันบ้าง

 

Taisho Pond

บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากทางลาวาเมือครั้งที่ภูเขาไฟ Yakedake ที่อยู่ข้างๆเกิดการปะทุขึ้นและมีลาวาไหลออกมา พอลาวาเย็นลง ก็กลายเป็นร่องน้ำและบ่อน้ำ Taisho แห่งนี้ครับ

>> ถ้าหากใครไปแบบเช้าเย็นกลับ  ผมขอแนะนำให้ลงรถบัสที่ป้ายนี้แล้วค่อยๆเดินกลับไปที่ Kamikochi Bus Terminal เพื่อขึ้นรถกลับครับ จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา

ช่วงใบไม้ร่วง วันแรกผมเดินไปสำรวจตอนกลางวัน

เช้าวันรุ่งขึ้น มีแต่เมฆบดบังยอด และไม่มีหมอกบนผิวน้ำเลย TT

 

Tashiro Pond

อีกหนึ่งบ่อน้ำที่เป็นสถานที่สำคัญของที่นี่ครับ บ่อน้ำนี่เกิดจากลำธารใต้ดิน ไม่ได้ไหลออกมาจากแม่น้ำที่ไหน สิ่งพิเศษของที่นี่ก็คือ เป็นบ่อน้ำที่ตื้นมากๆ และจะตื้นขึ้นทุกๆปี เพราะน้ำที่ไหลออกมาจากนั้นมีส่วนผสมของแร่ธาตุและตะกอนอยู่มาก ทำให้ตะกอนเหล่านั้นค่อยๆทับถมกันเรื่อยๆจนบางส่วนก็กลายเป็นทุ่งหญ้าไปเสียแล้ว

 

 

River bend

โค้งน้ำที่ไม่มีชื่อเรียก อยากจะตั้งชื่อให้เองแต่ก็ไม่รู้จะตั้งว่าอะไร เป็นอีกมุมที่สวยดีครับ โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ขึ้น ที่จะมาทางด้านขวาของแม่น้ำ ถ้าโชคดีฟ้าใสแสงดี ก็อาจจะได้เห็นแสงเป็นลำส่องยอดเลย

 

Kappa Bridge

สะพานที่เป็น Landmark ของที่นี่ ไม่ว่าใครก็ต้องมาถ่ายรูปคู่กับสะพานนี้ครับ จากบนสะพานนี้จะมีวิวของ Kamikochi ที่สวยที่สุดให้ได้ชื่นชมกัน รอบๆสะพานกัปปะ ก็จะมีร้านรวงมากมายให้ได้ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปกันด้วย

มุมจากบนสะพานกับปปะ

อีกฝั่งของสะพานกัปปะ เป็นวิวภูเขาไฟ Yakedake ครับ

 

Konashi Daira Campsite

จุดกางเต็นท์กว้างขวางใต้ต้นสนผลัดใบสูงใหญ่ ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นสนเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามตา หนึ่งในจุดกางเต็นท์ที่ฟินสุดๆเท่าที่ผมเคยไปมา ตามมาตรฐานจุดกางเต็นท์ของญี่ปุ่น ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่กระจายอยู่หลายๆจุด พื้นที่สำหรับล้างหน้าล้างตา และล้างจาน ร้านอาหารที่ปิดตอนประมาณหนึ่งทุ่ม และออนเซนให้ได้อาบน้ำแช่น้ำคลายเหนื่อยกัน ผมเคยไปพักอยู่ที่นี่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือในตอนใบไม้ร่วง ช่วงนั้นคนไม่ค่อยเยอะครับ ทุกอย่างเลยใช้สอยได้อย่างสบายๆ แต่ตอนช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมาผมแวะไปอีกครั้ง คราวนี้คนเยอะมาก คนกางเต็นท์แน่นไปทุกจุด กลายเป็นหมู่บ้านย่อมๆกันเลยทีเดียว

ใครที่สนใจจะไปกางเต็นท์ที่นี่ แนะนำว่าให้ไปประมาณเที่ยงๆ จะดีครับ การไปก็ต้องไปที่ทำการของเค้าก่อน จ่ายเงิน คนละ 800 เยน/คืน แล้วก็จะได้ Tag ติดเต็นท์มา ค่อยไปกางเต็นท์ครับ

 

 

 

บ้านหลังนั้นครับ คือที่สำหรับลงทะเบียนละออนเซน ตรงข้ามกันคือร้านอาหาร

 

ภาพระหว่างทาง Taisho pond – Kamikochi Bus Terminal

ธารน้ำอันใสสะอาด

ทางเดินบางจุดจะอยู่ในป่าสนแบบนี้ครับ สวยงามสุดๆ

 

หาเดินต่อไปจากแคมป์ Konashidaira  ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อีกประมาณ 15 กิโลฯ​
ผ่านแคมป์ต่างๆอีก 3 จุด ก็จะสามารถไปถึงหุบเขา Karasawa ได้
อยากรู้ว่าเป็นยังไง เชิญบล็อคนี้เลยครับ >>  Karasawa, Beyond the Limit

 

ขอบคุณที่ติดตามชมนะครับ
ถ้าสนใจมีคำถามเพิ่มเติม หรืออยากชมภาพท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบนี้อีก ก็เข้ามาดู เข้ามาทักทายกันได้ที่
https://www.facebook.com/poomillustPhotography/

สวัสดีครับ ^^

. . .​ ภูมิ . .​ .

 

สุดท้าย แถมภาพมุมไม่ลับที่ผมชอบที่สุด ข้ามสะพานกัปปะแล้วเดินไปทางขวามือครับ เป็นจุดชมวิวที่เห็นมุมนี้

Share on Facebook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>