Poomillust

A small world of poomillust

Karasawa, beyond the limit

“เมื่ออยู่กับที่…

ทุกสิ่งรอบตัวก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ…

แต่เมื่อก้าวออกไปหาสิ่งที่ไม่ปกติ…

สิ่งที่เคยอยู่รอบตัวกลับกลายเป็นสิ่งพิเศษขึ้นมาทันที”

**ใครไม่ชอบอ่าน เลื่อนดูรูปแล้วไปดูวีดีโอได้ที่ล่างสุดได้เลย แต่….อ่านดีกว่านะ ^^**

4 วัน 3 คืนกับการเดินทางเพื่อพิชิต Karasawa หุบเขาที่ได้ชื่อว่ามีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดที่หนึ่งในญี่ปุ่น เริ่มต้นจาก Kamikochi แหล่งท่องเที่ยวบนความสูง 1500m เหนือระดับน้ำทะเล มีแม่น้ำสีฟ้ามรกต Azusa ไหลผ่านเป็นฉากหน้า กับหุบเขาระหว่างยอด Nishihotaka, Okuhotaka และ Myojin ที่สูงตระหง่านกว่า 3000m เป็นฉากหลัง รวมกับการเป็นช่วงที่ดีที่สุดของการชมใบไม้เปลี่ยนสีของ Kamikochi ทำให้เราตื่นตาตื่นใจกันตั้งแต่วันแรก

มุมบังคับของ Kamikochi ด้านหน้าเป็นแม่น้ำ Azusa ด้านหลังเป็นเทือกเขา Hotaka

สะพานกัปปะ (Kappa Bridge) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ Kamikochi

คืนแรกเรากางเต็นท์นอนกันที่จุดกางเต็นท์ริมแม่น้ำ Azusa ใต้แนวต้นสนผลัดใบสีทอง อุณหภูมิในคืนแรกไม่เกิน 5 องศา รวมกับฝนตกลมแรงทำให้ เสื้อผ้า 3 ชั้น กับแผ่นรองนอนเก็บความร้อน และถุงนอนบางเบาที่เตรียมมา ไม่พอที่จะทำให้ผ่านคืนแรกไปได้ง่ายๆ เรานอนสั่นกันทั้งคืน หลับบ้างไม่หลับบ้าง จนในที่สุดพระอาทิตย์ก็ให้ความอบอุ่นเราอีกครั้ง

จุดกางเต็นท์ในคืนแรก

เต็นท์ของพวกเรา

วันต่อมา เราหมายมั่นปั้นมือว่าจะไปเก็บภาพทะเลสาป Taisho ที่เป็นเหมือนกระจก สะท้อนเทือกเขาหิมะของ Kamikochi ให้ได้ เราจึงเดินตามแม่น้ำไป 4 กม. แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจ ลมแรง ฝนตก ทำให้เราไม่ได้ภาพอย่างที่ต้องการ สุดท้ายก็เดินกลับอีก 4 กม. เก็บเต็นท์เตรียมเดินต่อไปอีก 11 กม. ตั้งใจว่าจะนอนพักที่แคมป์ Yoko ซึ่งอยู่ก่อนทางขึ้น Karasawa

ทะเลสาป Taisho ที่เราเราอุส่าเดินไปกลับ 8 กม.

เราเดินกันสบายๆจนถึง Yoko ประมาณบ่าย 2 โมงครึ่ง ที่นั่นไม่มีมุมให้ถ่ายรูป มีแต่ภูเขาลูกเล็กๆล้อมรอบ เราจึงตัดสินใจ เดินขึ้น Karasawa ตั้งแต่บ่ายนั้นเลย ก่อนไปเราก็ดูข้อมูลแล้วว่า เค้าแนะนำให้ขึ้นไปถึง Karasawa ก่อนบ่าย 2 โมง ไม่งั้นจะมืดและหนาว แต่ด้วยความมั่นใจว่าเรายังวัยรุ่น แข็งแรง ก็เลยลุยขึ้นไปโดยไม่สนคำเตือน

สัมภาระของพวกเรา 4 คน รวมแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 50กก.

ตลอดทาง 6 กม. ตามไหล่เขาและร่องน้ำ เป็นทางขึ้นจากระดับความสูง 1500 เมตร ไปจนถึง 2300 เมตร แม้ว่าจะเรียงหินไว้อย่างดี ทำให้เดินได้ไม่ยากนัก แต่ด้วยความชัน ความหนาว ความหนักของสัมภาระ และความล้าจากเดินมาทั้งวันไม่ต่ำกว่า 15 กม. ทำให้เหนื่อยแทบขาดใจ ตลอดทั้งวัน ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาอีกเลย มีเพียงแค่ iPhone 6+ ที่ใช้เก็บบรรยากาศไประหว่างทาง

ช่วงแรกๆยังมีต้นไม้ใหญ่ให้เห็นอยู่

เริ่มไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้เห็นแล้ว ละเป็นการเดินตามร่องน้ำขึ้นไป จุดหมายปลายทางคือจุดที่คลุมไปด้วยหิมะด้านขวาบน

พี่อู่กับพี่บลูม เดินนำหน้ากันไปไกล เหลือภูมิกับโอ้ตที่เดินๆหยุดๆท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ริบหรี่ กับอากาศหนาวสุดขั้ว ทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้า หิวโหย ร้องตะโกนว่าหยุดเถอะไปตลอดทาง พระอาทิตย์ในฤดูใบไมร่วง ก็เป็นใจ ลาลับขอบฟ้าไปตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง สองข้างทางมีน้ำแข็งเกาะประปราย ณ จุดนั้น เรียกได้ว่าเป็นจุดที่จิตตกมากที่สุดในชีวิต เสบียงที่ติดมาก็อยู่ลึกในกระเป๋า ไม่มีแรงที่จะค้นออกมาได้ มีแค่เพียงบ๊วย 4-5 เม็ดประทังชีวิต ในใจตอนนั้นคิดอยู่เพียงว่า เราจะเดินไปถึงตรงนั้นได้ยังไง ถ้าเกิดเราติดอยู่ตรงนี้ก็ต้องหนาวตายแน่ๆ จะมีใครมาตามเรามั้ย จะแบกเราลงไปยังไง ในที่สุดด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย เราสองคนถือไฟฉายจักรยานที่เตรียมไป กล้นใจเดินต่อไป จนพบกับพี่สองคนที่รออยู่ที่ทางแยกตอนประมาณ 6 โมงเย็น ด้วยกำลังใจล้นเหลือเพราพวกเรากลับมารวมกันเป็นสี่คน ทำให้ในที่สุด ก็เดินไปจนถึงจุดกางเต็นท์ตอนประมาณ 6 โมงครึ่ง ท้องฟ้ามืดสนิท เผยให้เห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ร่างกายตอนนั้นสั่นระริกด้วยความหนาว ช่วยกันกางเต็นท์ เก็บของ และเข้าไปหาความอบอุ่นในบ้านพัก

เป็นคืนหนึ่งที่เห็นดาวชัดที่สุดในชีวิต

ครั้งนี้เราขนอุปกรณ์ทำครัวมาครบ ทั้งเตาแก๊ส น้ำ อาหาร พร้อมกับวางเมนูอาหารสำหรับแต่ละมื้อเอาไว้ เพื่อประหยัดงบ และใช้ชีวิตการพจญภัยให้ถึงที่สุด ทำให้มื้ออาหารในแต่ละวัน สนุก และอิ่มอร่อยอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนไม่ว่าจะที่บ้าน หรือร้านอาหารทั่วไป เมนูหลักๆก็เป็นพวก มาม่า ปลาทูน่ากระป๋อง ข้าวโพดกระป๋อง ข้าวผัดแฮม

อาหารทุกมื้ออร่อยและมีความสำคัญมากๆ

แม้ว่าครั้งนี้เราจะรู้กันอยู่แล้วว่าจะไม่ได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีบน Karasawa เพราะมันหมดไปตั้งแต่ต้นเดือนตุลาฯ เราก็ตั้งใจไปเพื่อให้ได้เห็นความสวยงามของรูปทรงของภูเขาที่ล้อมรอบ Karasawa แทน

เต็นท์พวกเราโดดเดี่ยวอยู่กลางหุบเขา Karasawa เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้ร่วงหมดแล้ว คนญี่ปุ่นเลยไม่ค่อยมากัน

เราไม่ได้ทำอะไรมากในระยะเวลา 2 คืนบน Karasawa เพราะหัวเข่าภูมิที่เจ็บตั้งแต่ขาขึ้น ทำให้ไปไหนไกลไม่ได้ รวมกับกลางคืนที่อุณหภูมิต่ำกว่า -5 องศา ทำให้เราใช้เวลาในช่วงบ่ายไปกับการนอนอาบแสงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยต้องการมาก่อน

มองไปทางไหนก็มีแต่ยอดเขาล้อมไปหมด เพราะอยู่กลางหุบเขา

ยิ่งสูง ยิ่งท้าทาย

ในวันสุดท้าย เราก็ทำเวลาลงมาถึง Kamikochi ได้ในเวลา 5 ชั่วโมง แช่น้ำร้อน กินไอติม Softcream และกลับด้วยความอิ่มเอมใจ กับความสวยงาม ทรหด และประสบการณ์มากมาย

ลงมาถึงแคมป์ ​Yoko ที่เป็นต้นทางของทางขึ้นเขา ตอนประมาณ 12.00 พอดี

“เราจะไม่เห็นค่าของแสงอาทิตย์ ถ้าเราไม่ต้องการความอบอุ่น
เราจะไม่เห็นค่าของที่นอนนุ่มๆ ถ้าเราไม่เคยนอนบนพื้นหินแข็งๆ
เราจะไม่เห็นค่าของข้าวแห้งๆ ถ้าเราไม่หิวจนหมดแรง
เราไม่เคยเห็นค่าของสิ่งรอบตัว เพราะเราไม่เคยออกห่างจากมัน”

 

แล้วเราจะกลับไปเก็บภาพ Karasawa กับใบไม้เปลี่ยนสีใหม่ให้ได้ เพราะขีดจำกัด มีไว้ให้เราทำลาย!

ภูมิ พี่อู่ โอ้ต พี่บลูม

16-19 ต.ค. 2557 Kamikochi – Karasawa, Matsumoto, Nagano อุณหภูมิต่ำสุด -5 องศา เดินเท้าระยะทาง 40กม. สัมภาระคนละ 15กก.

สิ่งของและการเตรียมตัว

การแต่งตัวตอนนอน (ขนาดนี้ยังหนาวสั่น โดยเฉพาะเท้าและขา)
เรียงจากใน ไป นอก
เสื้อ: Uniqlo Heattech x 2 -> Flee x 2 -> Hoodie -> Soft shell -> Hard shell
กางเกง: Uniqlo Heattech x 2 -> กางเกงผ้ายีนส์
เท้า: ถุงเท้าอย่างหนา x 3

*สรุปแล้ว เสื้อผ้าหนาหรือเยอะแค่ไหนก็ช่วยเราไม่ได้ ถ้าเสื้อผ้านั้นไม่ได้เหมาะกับสภาพอากาศ
สิ่งที่แนะนำคือ Heattech + Flee/Down + Hardshell ดีๆซักตัว แล้วนอนในถุงนอนที่ออกแบบมาเพื่อทนอุณหภูมิ -10 ถึง -5

สิ่งของที่นำไป
- เสื้อ Uniqlo Heattech x 3
- เสื้อ Soft shell แบบกันฝนได้
- เสื้อ Hoodie แบบหนา
- เสื้อ Hard shell กันฝนกันหิมะ
- เสื้อ Flee x 2 (ซื้อตอนอยู่ที่ Kamikochi เพราะคิดว่าที่เตรียมมาไม่ไหวแน่ๆ)
- กางเกงผ้ายีนส์แต่เคลือบกันน้ำ x 1
- กางเกง Uniqlo Heattechx2
- รองเท้า Montbell แบบ Goretex+Vibram กันน้ำกันลื่น *2 feature นี้สำคัญมาก
- ถุงเท้าแบบหนา รู้เลยว่าสำคัญมาก ขากลับเปลี่ยนไปใส่ถุงเท้าแบบบาง 3 คู่ 100 แปปเดียวเท้าแทบจะพอง เลยต้องเปลี่ยนกลับไปใส่ถุงเท้าอย่างดี
- ถุงนอนแบบบาง เคลมว่า comfort ที่ 5 องศา (ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นอนสั่นตลอด มันบางไป!)
- แผ่นรองนอน Thermarest Z lite sol
- เต็นท์แบบนอน 2 คน x 2
- ถุงมือ หมวกไหมพรม
- แก้วน้ำสแตนเลส
- เตาสนาม x 2
- ชุดหม้อ กะทะ
- แก๊สกระป๋อง แบบ ยาว x 2 แบบกลม x 2 (ใช้ครั้งแรก เลยเผื่อไปซะเยอะ ปรากฏว่าไม่หมดซักกระป๋อง = =)
- กล้องพร้อมขาตั้งครบชุด Nikon D600, Nikon 18-35f/3.5-4.5, Nikon 50f/1.8 Tamron 70-300f/4-5.6VC, Sirui N1004
และอื่นๆตามในภาพ

แถมรูปลิงป่า ที่ยกพวกกันมาส่งเราก่อนจะกลับ

วีดีโอการเดินทางทั้งหมดของพวกเรา ถ่ายทำด้วย iPhone6+)

Share on Facebook

One Response to “Karasawa, beyond the limit”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>