Poomillust

A small world of poomillust
Japan

Kamikochi :: Heart of the Northern Alps

ดินแดนมหัศจรรย์ หัวใจแห่งเทือกเขาเจแปนแอลป์

สถานที่ท่องเที่ยวกลางหุบเขาที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์

กับวิวยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์

และแม่น้ำ Azusa อันใสสะอาดไหลที่ผ่านกลาง

. . . K A M I K O C H I . . .

 

(more…)

Share on Facebook

Autumn in Tohoku

 

 

ในอีกหนึ่งฤดูกาลที่พ้นผ่าน

“ ใ บ ไ ม้ ร่ ว ง ”

 

ภูมิภาคเหนือสุดของเกาะฮอนชู ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีแสนสวย
เต็มไปด้วยภูเขา ที่ราบสูง ลำธาร และ บ่อน้ำพุร้อน (ออนเซน)

(more…)

Share on Facebook

Mt.Takanosu :: ภูเขาใบไม้แดง กับความผิดพลาดครั้งใหญ่

วันนั้นเป็นอีกครั้งที่ผมนั่งรถไฟ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าตรู่ หนีออกจากความวุ่นวายในเมืองหลวง เพื่อไปตามหาความสวยงามที่หลบซ่อนอยู่ในขุนเขาแห่ง Okutama ธรรมชาติอันสมบูรณ์ ณ ชายขอบตะวันตกสุดของโตเกียว เมืองหลวงประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผมได้ไปสัมผัสเทือกเขาแห่งนี้เป็นครั้งแรก ที่ Mt.Kawanori มันเหมือนเป็นมนต์สะกดที่ทำให้ผมอยากกลับไปอีกครั้ง แม้ว่าจะยังเหนื่อยล้าจากครั้งที่แล้วไม่หาย แต่มันคือสัปดาห์ที่ดีที่สุดของการชมใบไม้แดงบนเขาแห่งนี้ อีกทั้งสภาพอากาศก็เป็นใจ ช่วยกันเชื้อเชิญผมให้ไปให้ได้ คืนวันเสาร์ก่อนหน้านั้น ผมตัดสินใจไป ภูเขา Takanosu (鷹ノ巣山) แปลว่ารังเหยี่ยว ที่มีความสูง 1736ม.  นับเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ ที่ผมยังคงเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้… (more…)

Share on Facebook

Mt.Kawanori :: Finding the hidden waterfall

การทำงานตลอด 5 วันในออฟฟิตในห้องสี่แหลี่ยมกับโต๊ะเก้าอี้ตัวเดิมๆจบลงอีกครั้งอย่างช้าๆ และแล้วสุดสัปดาห์ที่เรารอคอยก็มาถึง

อาทิตย์ที่สองของเดือนตุลาคม เป็นช่วงแรกๆของต้นไม้เปลี่ยนสีในเขตคันโตที่จะเริ่มจากพื้นที่ที่มีอากาศหนาว ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงตัวเมืองในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ใบไม้บนภูเขาเลยค่อยๆเปลี่ยนสีสันเหลืองสลับแดง ลงมาตามความสูง ช่วงนี้อยู่ๆก็อยากได้รูปน้ำตกขึ้นมาก็เลยเริ่มหาข้อมูลจากหลายๆที่ หลังจากที่เดินไปร้านหนังสือข้างๆที่ทำงานเกือบทุกวันตอนพักเที่ยง เพื่อหาที่ๆน่าสนใจไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก ก็ไปสะดุดกับเขาลูกหนึ่งที่ไม่สูงมาก ชื่อว่า Kawanori (川苔山) ไม่รู้จะแปลเป็นไทยว่าอะไรดี “แม่น้ำ มอส ภูเขา” เรียกว่า ภูเขาตะไคร่น้ำแล้วกัน (บางป้ายก็เขียนว่า 川乗山 อ่านได้เหมือนกัน แต่คันจิตรงกลางแปลว่า ขี่ จะให้ชื่อว่า ภูเขาแม่น้ำขี่ ก็ได้ 555) ครั้งนี้เป็นการปีนเขาคนเดียวเป็นครั้งที่ (more…)

Share on Facebook

Tsubakurodake, Hike Up To The Unforgettable Moment

การเดินทางเพื่อพิชิตยอดเขา Tsubakuro dake ของเด็กไทย 4 คน เป็นเวลา  4 วัน 3 คืน บนความสูง 2763m เหนือระดับน้ำทะเล หนึ่งในยอดเขาที่น้อยคนนักจะรู้จัก แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ตาม

จุดเริ่มต้นของทริปนี่เกิดขึ้นเมื่อพี่อู่ พี่ใหญ่ของกลุ่มไปเจอกับโปสเตอร์ของยอดเขาหน้าตาสวยแปลกตาเข้า หลังจากถ่ายรูปมาถามเพื่อนๆคนญี่ปุ่นดู ก็ได้คำตอบว่าที่นี่คือ Tsubakurodake หรือยอดเขา Tsubakuro หรือแปลเป็นไทยว่า นกนางแอ่น ตั้งอยู่บนเทือกเขา Hida ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Northern Japan Alps ในเมือง Azumino จังหวัด Nagano  (more…)

Share on Facebook

Karasawa, beyond the limit

“เมื่ออยู่กับที่…

ทุกสิ่งรอบตัวก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ…

แต่เมื่อก้าวออกไปหาสิ่งที่ไม่ปกติ…

สิ่งที่เคยอยู่รอบตัวกลับกลายเป็นสิ่งพิเศษขึ้นมาทันที”

**ใครไม่ชอบอ่าน เลื่อนดูรูปแล้วไปดูวีดีโอได้ที่ล่างสุดได้เลย แต่….อ่านดีกว่านะ ^^**

4 วัน 3 คืนกับการเดินทางเพื่อพิชิต Karasawa หุบเขาที่ได้ชื่อว่ามีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดที่หนึ่งในญี่ปุ่น เริ่มต้นจาก Kamikochi แหล่งท่องเที่ยวบนความสูง 1500m เหนือระดับน้ำทะเล มีแม่น้ำสีฟ้ามรกต Azusa ไหลผ่านเป็นฉากหน้า กับหุบเขาระหว่างยอด Nishihotaka, Okuhotaka และ Myojin ที่สูงตระหง่านกว่า 3000m เป็นฉากหลัง รวมกับการเป็นช่วงที่ดีที่สุดของการชมใบไม้เปลี่ยนสีของ Kamikochi ทำให้เราตื่นตาตื่นใจกันตั้งแต่วันแรก (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 15: Kobe เมืองน่าอยู่ ตอนที่ 2

เอาจริงๆบล็อคนี้เขียน draft ไว้ตั้งแต่เมื่อ… June 4, 2012 at 12.10 am มาถึงวันนี้ได้ฤกษ์ใส่รูปละก็อัพๆให้จบไปซะที

หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์เศษๆ เพิ่งจะได้ฤกษ์เขียนต่อจากคราวที่แล้วซักที เริ่มเลยแล้วกัน

วันที่ 20 พ.ค….. หลังจากที่เมื่อคืนก่อนนั่งเม้าท์แตกกันจนถึงตี 5 เราก็หลับกันสบายในห้องนอนเล็กๆของโรงแรมจนกระทั่งตื่นตอน 10.30 น. ก็อาบน้ำแต่งตัว ขณะนั้นมีคุณป้าโทรขึ้นมาให้เช็คเอาท์ด้วย คุณป้าก็พูดภาษาญี่ปุ่นรัวๆ จับใจความได้คำเดียวที่เค้าพูดภาษาอังกฤษคือ Are you ok? 555 สงสัยจะคิดว่าเราแฮงค์ ก็ตอบโอเคไปแล้วก็รีบลงมาเช็คเอาท์ เวลานั้นก็ประมาณ 11.15 น. เพิ่งจะรู้ว่าที่นี่ต้องเช็คเอาท์ก่อน 11 โมง (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 14: Kobe เมืองน่าอยู่ ตอนที่ 1

กว่าจะได้เวลาเขียนตอนที่ 14 ก็ทิ้งห่างไปอาทิตย์นึงได้ หลังจากที่ไปโกเบมาเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมางานล้นตัวก็เลยไม่มีเวลาเขียน (เห็นมั้ยมีงานนะไม่ได้เที่ยวอย่างเดียว 555) เริ่มกันเลยแล้วกัน

หลังจากที่จากที่เราได้รับความช่วยเหลืออย่างเหลือล้นจากพี่ในแลปที่เคยไปเรียนอยู่ที่ม.โกเบ เราก็ได้ที่พักสำหรับ 1 คืนของเราในโกเบ โรงแรมอยู่ในกลางใจเมืองเลย ติดกับแหล่งชอปปิ้งและของกินต่างๆ ถือว่าดีมากๆ ในราคาคืนละ 12000 เยน (2 คน) อาจจะแพงมากสำหรับคนไทย แต่ก็ถูกแล้วในญี่ปุ่น นอกจากนี้พี่เค้ายังหาแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารแนะนำซึ่งก็ต้องหนีไม่พ้น เนื้อโกเบ ที่ขึ้นชื่อ

เช้าวันเสาร์เราก็เริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 8.30 นั่งรถเมล์ ต่อรถไฟเช่นเคย ครั้งนี้ต้องนั่งรถไฟ 3 ต่อ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงได้ กว่าจะไปถึงที่สถานี Sannomiya ที่เป็นสถานีใหญ่กลางเมืองโกเบ ก็ 10 โมงกว่าๆ ซึ่งโรงแรมของเราก็อยู่แถวนั้น เลยเดินไปฝากสัมภาระที่โรงแรมกันก่อน แต่กว่าจะไปถึงโรงแรมได้เล่นเอาเหนื่อยมากๆ เพราะแผนที่ที่จดมาก็งงซะเหลือเกิน ถามคนแถวนั้นก็ไม่ค่อยมีใครรู้ หลงไปหลงมา จนสุดท้ายถามคุณลุงวัยทำงานคนหนึ่ง ซึ่งเค้าก็ไม่ใช่คนโกเบ ไม่รู้เหมือนกัน แต่เค้าก็อุส่าเข้าไปถามพนักงานร้าน Lawson ซึ่งเป็นสะดวกซื้อแถวนั้นให้ พนักงานร้าน Lawson ก็วิ่งออกมาชี้ให้คุณลุง แล้วคุณลุงก็เดินพาเราไปจนถึงหน้าโรงแรมเลย ปลื้มมากๆ >< โรงแรมของเราชื่อว่า Kitagami hotel

ใครกำลังจะไปโกเบช่วงนี้ ลองเข้าไปดูที่ Traveloka กันดูได้ครับ มีภาษาไทย ใช้งานง่าย มีโรงแรมให้เลือกหลากหลาย ราคาดี แถมชอบมีส่วนลดอยู่บ่อยๆด้วย ที่พักในโกเบลองดูกันที่นี่เลยครับ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/japan/city/kobe-shi-20002317

บ้านเมืองของโกเบ

(more…)

Share on Facebook

Life in Japan 13: Horyuji Temple แพงจัง

วันนี้งานไม่เดิน ก็เลยแก้เซ็งด้วยการเขียนบล็อคต่อแล้วกัน ว่าด้วยเรื่องที่ไปเที่ยวนารา ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นทริปที่วางแผนกันตอนกลางคืนของวันเสาร์ ก็คิดๆกันอยู่นาน ว่าจะไปไหนดี สุดท้ายก็ได้ที่หมายเป็นวัด Horyuji กับเขา Kasuga Yama

บ้านเมืองในเมืองนารา ไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่

ด้วยความที่เหนื่อยจากเมื่อวาน ก็เลยนัดกัน 10.45 จากนั้นก็นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kintetsu Nara และเดินต่อไปที่สถานี JR Nara ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 1 กม.ได้ ต่อไปก็ต้องต่อรถไฟจากสถานี JR Nara ไปที่สถานี Horyuji ยังไม่พอ ไปถึงที่สถานี Horyuji แล้วยังต้องต่อรถเมล์ไปที่วัดอีก รวมเบ็ดเสร็จกว่าจะเดินทางไปถึงวัด Horyuji ได้ หมดเงินไป.. (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 12: Osaka อีกครั้ง

ผ่านไปก็ 3 วันแล้ว หลังจากไปโอซากาอีกรอบในวันเสาร์ พอดีวันอาทิตย์ก็ไปเที่ยวนารา เมื่อวานก็ไม่ค่อยว่าง เลยไม่มีเวลาเขียนซักที วันนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเขียนบันทึกการเดินทางไปโอซากาเป็นครั้งที่ 4 มา ณ ที่นี้…. (เป็นทางการเกิ๊น 555)

หลังจากที่คืนวันศุกร์เราได้วางแผนกันว่าจะไปเที่ยวที่โอซากา โดยตอนเช้าจะไปย่านที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เรียกว่า DenDen Town ส่วนตอนเที่ยงไปกินราเมนที่นัมบะ ตอนบ่ายไปเดินชอปปิ้งย่าน Umeda และตอนเย็นไปนั่งชิงช้าสวรรค์ที่ Tempozan แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่ค่อยตามแผนเท่าไหร่

สถานีรถไฟ Nippombashi

วันนี้นัดกัน 8.30 น. แต่เรากลับตื่นสาย ตื่นก็ตอนเพื่อนมาเคาะห้อง 8.30 แล้ว เลยต้องเลทไปจนถึง 9.00 (รู้สึกผิดมาก TT) จากนั้นก็ขึ้นรถเมล์ต่อรถไฟ ไปที่สถานี Nippombashi เพื่อเดินต่อไปย่าน DenDen Town ไปถึงนู่นก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆ ร้านค้าต่างๆก็เพิ่งจะเปิดกัน เราก็เดินๆกัน แวะร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านเล็กบ้างใหญ่บ้าง ใช้เวลาในแต่ละร้านไม่ต่ำกว่า (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 11: กิน กิน กิน

อาทิตย์นี้ยังไม่ได้เขียนบล็อคเลยซักวัน เพราะทำงานหนักมาก!! (ไม่จริงหรอก ไม่มีไรจะเขียนมากกว่า ฮ่าๆ) ก็เลยรวบยอดมาเขียนวันนี้ทีเดียวเลยละกัน แต่จะเน้นไปที่ของกินซะมากกว่า เพราะอย่างอื่นไม่ค่อยจะมีอะไร

เริ่มต้นกันที่วันจันทร์ที่่ผ่านมา เป็นวันเริ่มทำ Research วันแรก ก็เริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ทำไรไม่ค่อยได้เลย ติดนู่นติดนี่ งงๆมึนๆทั้งวัน เรียกได้ว่าวันนี้แทบไม่ได้งานเลยก็ได้ ส่วนตอนเย็นวันนี้พิเศษหน่อย เพราะเป็นวันที่อาจารย์ของทุกแลป ละก็เจ้าหน้าที่ธุรการต่างๆ ไปกินข้าวด้วยกัน เหมือนเป็นการเลี้ยงต้อนรับพวกเราอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าอาหารต้องเลิศแน่ๆ :P  ร้านที่กินก็เป็นร้านเดียวกับที่ไปกินเลี้ยง Welcome party ของแลป แต่เป็นคนละสาขากัน อาหารที่นี่เค้าเรียกว่า Izakaya คล้ายๆโต๊ะจีน คือ นั่งโต๊ะละ 5-6 คน จะมีกับข้าวมาทีละอย่าง และเครื่องดื่มทุกชนิดไม่อั้น (90% เป็นแอลกอฮอลล์) สำหรับอาหารที่มีก็ได้แก่…

ซาชิมิ แซลมอน ทูนา ปลาหมึก และกุ้ง

(more…)

Share on Facebook

Life in Japan: 10: Nara, the city of deer

ไม่ทันไรก็มาถึงตอนที่ 10 แล้ว ไม่คิดว่าจะเขียนได้เยอะขนาดนี้ ฮ่าๆ

วันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้ไปไหน เลยจะข้้ามไปเล่าเรื่องเมื่อวาน(5 พ.ค.) ที่ได้ไปเที่ยวในตัวเมืองนาราเลยละกัน

ทักทายด้วยฝาท่อประจำเมืองนารา สวยดีนะ มีกวางด้วย

วันนี้พี่ๆในแลปจะพาพวกเราทั้ง 6 คนไปเที่ยวในตัวเมืองนารา ซึ่งก็คือที่ Nara park กับ วัด Todaiji (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 9: Oh Kyoto!

เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ก็เลยต้องเที่ยวซะ โดยที่ไปกันที่เมืองเกียวโต ทางเหนือของนารา

รถมาแล้วว

ออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงกว่าๆ ที่ต้องออกเช้าเพราะค่ารถไฟไปกลับแพง และใช้เวลาเดินทางนาน ก็เลยต้องรีบไปเช้าหน่อย จะได้คุ้มกับค่ารถไฟ ซึ่งต้องต่อ 3 ต่อ จึงจะถึงเกียวโต ราคาเที่ยวเดียว 790 เยน รวมแล้วใช้เวลาเดินทางจากมหาลัยไปถึงเกียวโตราวๆ 2 ชั่วโมง ใครไม่อยากเดินทาง ก็ไปพักในเมืองเกียวโตก็ได้ อย่างในเว็ป Traveloka ก็มีให้เลือกมากมาย แถมมีโปรโมชั่นพิเศษรออยู่อีกเพียบ ลองเข้าไปดูที่ หน้าโปรโมชั่นของ Traveloka ได้เลยครับ

เมื่อไปถึงที่สถานีเกียวโต ซึ่งเป็นสถานีที่ใหญ่และมีผู้คนพลุกพล่าน ก็ไปซื้อตั่วรถเมล์ของเกียวโต ที่นั่งรถเมล์ได้ทุกสาย และกี่ครั้งก็ได้ ในราคาแค่ 500 เยน (ปกติเที่ยวละ 220 เยน ไม่ว่าจะใกล้ไกล) ก็คุ้มมากๆ จากนั้นก็ขึ้นรถเมล์สาย 205 เพื่อไปยังจุดหมายแรกของเรา นั่นคือ วัด

(more…)

Share on Facebook

Life in Japan 8: I also have a work!

หัวข้อวันนี้ I also have a work! เกิดขึ้นเพราะรู้สึกว่า หลายบล็อคที่ผ่านมาไม่ค่อยจะมีเรื่องงานเท่าไหร่เลย มีแต่กินกับเที่ยว เดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้มาฝึกงาน ฮ่าๆ

จากบล็อคตอนที่ 5 ที่ได้บอกไว้ว่าตอนนี้กำลังทำ Context aware system อยู่โดย Implement บน Hardware จริงๆ ผ่านไป 4-5 วันก็ยังคงทำอันนี้อยู่ เพราะมีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนรับค่าจาก sensor เมื่อรับแล้วก็ต้องส่งผ่าน Wireless ด้วย XBee มาให้กับเครื่องคอมพ์ฯ ซึ่งตอนนี้ทำได้ถึงขั้นตอนนี้แล้ว เหลืออีกนิดนึงก็คือเอาไปใช้ใน Simulator UbiREAL ที่ใช้ภาษา JAVA มึนๆงงๆอยู่ คงอีกซักวันนึงน่าจะเสร็จแล้ว (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 7: Osaka in 24 Hrs!!!

โอซากายามเช้า ไร้ซึ่งผู้คน

หลังจากที่ได้อาบน้ำแต่งตัวสวยๆหล่อๆ กินข้าวและวางแผนการไปเที่ยวโอซากาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเป็นช่วงเวลา 24 ชั่วโมงของการไปเที่ยวโอซากา โดยที่ไม่มีการนอนโรงแรมใดๆทั้งสิ้น…!!

19.30 น. เวลานัดหมายกับพี่ยศที่จะไปกับพวกเราก็มาถึง เรารีบไปตามจุดนัดหมายซึ่งก็คือป้ายรถเมล์หน้ามหาลัยฯ จากนั้นก็รอรถเมล์ประมาณ 10 นาที เพื่อไปต่อรถไฟที่สถานี Gakken-Kita-Ikoma เป้าหมายของการเดินทางคืนนี้ก็คือ…​ผับในโอซากา โดยที่อยู่ในผับจนถึงตี 5 (เวลาปิด) แล้วก็ไปเที่ยวปราสาทโอซากาต่อในตอนเช้า และเดินชอปปิ้งในนัมบะตอนบ่าย (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 6: Welcome Party และเตรียมตัวไปโอซากา

ช่วงนี้เป็นช่วง Golden week ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของเค้า ก็เลยทำตัวว่างๆ เที่ยวเล่นไปเรื่อย จนถึงวันอังคาร แล้วก็จะทำงานต่อ2วัน ละก็หยุดยาวต่ออีก 4 วัน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รุ่นพี่ที่มหาลัย(NAIST) จัดงานปาร์ตี้บาบีคิวต้อนรับน้องๆซึ่งก็คือพวกเราเอง ก็นัดกันตอน 10 โมงเช้า พี่ๆก็ค่อยๆทะยอยมากัน วันนี้มีพี่มากันประมาณ 11 คนได้ มีทั้งพี่ป.โท ป.เอก ละก็จบแล้วทำอย่างอื่นก็มี นอกจากนี้ก็มีพี่ที่มาฝึกขับเครื่องบิน (เป็นทหารอากาศ) อยู่ที่นารา ก็มาแจมด้วย บรรยากาศก็สนุกสนาน พูดคุยกันเรื่อยๆ พร้อมกับย่างหมู เนื้อ เห็ด ปลา กุ้ง ผัก ฯลฯ ไปด้วย ตอนหลังก็มีการแนะนำตัวละก็คัมไป (ประมาณว่าชนแก้ว) ที่นี่เค้ากินเหล้าเบียร์ในมหาลัยได้เป็นเรื่องปกติ ในหอยังมีตู้กดเบียร์กระป๋องเลยคิดดู ฮ่าๆ จากนั้นก็ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน จนถึง 4 โมงเย็น (กินกันยาวนานมาก ตั้งแต่ 10-16.00 อากาศก็ร้อนเหมือนกัน แดดเปรี้ยงๆเลย แต่อยู่ในร่มก็เย็นสบาย (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 5: Arduino, XBee and Shabu Shabu!!

วันนี้มีหัวข้อเด็ดๆอยู่ที่งานที่เพิ่งได้ใหม่ หลังจากทำ UbiREAL สำเร็จเรียบร้อย กับมื้อเย็นสุดไฮโซอีกวัน

เริ่มกันที่งานก่อนแล้วกัน วันนี้ตั้งแต่เช้า (ก็ไม่เช้ามากประมาณ 10.30) ไปหาอาจารย์เพื่อรับงานต่อ ก็ได้งานมาเป็น ทำ Context-aware system ด้วย Hardware จริงๆ โดยที่อาจารย์ก็ Brief ให้ฟังว่ามันทำงานยังไง แล้วต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง โดยที่ไม่ได้ลงรายละเอียดเท่าไหร่ ละก็ให้กล่องอุปกรณ์มา 1 กล่อง ข้างในประกอบไปด้วย Bread board, สายไฟขนาดต่างๆ Sensor วัดแสง, Thermometer วัดอุณหูมิ, Hygrometer วัดความชื้น ละก็ XBee เป็นตัวรับ-ส่งสัญญาณ Wireless , Arduino UNO เป็นบอร์ด Microcontroller ที่เชื่อต่อกับพวก Sensor ทั้งหลาย (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 4: ฝึกงานวันที่ 3 และ 4

อยู่ดีๆก็เข้า poomillust.com ไม่ได้ซะงั้น แต่ถามเพื่อนๆที่อยู่ไทยแล้ว เพื่อนๆก็บอกว่ายังเข้าได้ปกติ งงเลย เมื่อคืนเลยไม่ได้อัพบล็อค ก็เลยรวมกะวันนี้ไปเลยแล้วกัน เพราะ 2 วันนี้ไม่ค่อยมีเรื่องเล่าเท่าไหร่

สำหรับเมื่อวาน ก็ตื่นประมาณ 9 โมงกว่าๆ กินนมกับคอนเฟรคอีกแล้ว ไปเข้างานตอน 10 โมงครึ่ง ก็ยังเหมือนเดิม ที่มีคนอยู่ในห้องกันแค่ 2 คน เพราะงานที่อาจารย์ assign ให้เมื่อวานก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เช้านี้เลยว่างยาวเลย พอเที่ยงก็ไปกินข้าวที่โรงอาหาร วันนี้ด้วยความอยาก ก็เลยจัดหนักไปเลย เป็นอาหารกล่องที่แพงที่สุดละ ราคา 530 เยน มีปลาซาบะ ไก่ทอด แซลมอนดิบ มันบด สลัด ข้าว ฯลฯ (ลืมถ่ายรูปมา) ก็ถือว่าอร่อยดีๆ อยู่ที่ญี่ปุ่นนี้เหมือนได้กินจัมโบ้ทุกวัน กลับไปเบื่อแน่เลย 555

มาตอนบ่ายเลยไปหาอาจารย์เพื่อของานต่อ อาจารย์ก็อธิบายงาน step ต่อไป งานที่แล้วเป็นการลองเอาของที่มีอยู่แล้วมาใช้ พอมา step นี้ก็ลองสร้างของใช้เอง โดยที่ต้องวาด 3D เองด้วย  Doc ที่อาจารย์ให้ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ต้องมาก็อบใส่ google translate ก่อนถึงจะรู้เรื่อง เล่นเอาเหนื่อยเลย ส่วน step ต่อไปหลังจากนี้ก็คือให้ลอง (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 3: UbiREAL กับอาหารไทยมื้อแรก

หลังจากที่เมื่อวานชิวมาทั้งวัน วันนี้ก็เริ่มมีสาระบ้างแล้ว โดยที่อาจารย์ ได้เริ่มอธิบายหัวข้อที่จะทำ ละก็ขั้นตอนต่างๆ โดยจะให้เริ่มจากพื้นฐานก่อน เกี่ยวกับ Context-aware service ก็คือเกี่ยวกับระบบที่ทำงานตามสภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความเข้มแสง ฯลฯ ให้พอจะเข้าใจว่าคืออะไรบ้าง แล้วก็เริ่มให้ลองใช้โปรแกรมสุดโหดของแลป ที่มีชื่อว่า UbiREAL Simulator

UbiREAL Simulator เป็นโปรแกรมที่จำลองบ้านที่มีอุปกรณ์และสภาวะต่างๆ เราสามารถใส่เครื่องใช้ในบ้านเช่น เตียง ทีวี พัดลม ไฟ เป็น 3D มี Sensor ให้ใช้ ละก็ตั้งเงื่อนไขต่างๆได้ เช่น เมื่อคนชื่อ Alice เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ให้เปิดไฟในห้องนั่งเล่น พร้อมกับเปิดทีวีช่องละคร แต่พอ Alice ออกจากห้อง ก็ให้ปิดทุกอย่าง เป็นต้น ที่สำคัญโปรแกรมนี้รันบน Windows ก็ได้ Mac ก็ได้ด้วย! เพราะที่นี่คนใช้ Mac เยอะมากรวมถึงอาจารย์ และทั้งหมดเป็น Macbook Air

UbiREAL อันนี้ประมาณว่าพอมีคนเข้ามาในห้องนี้ ไฟก็จะเปิด พัดลมหมุน ผ้าม่านเปิด แต่พอออกไปไฟก็จะดับ พัดลมหยุด ม่านก็ปิด

(more…)

Share on Facebook

Life in Japan 2: วันฝึกงานวันแรก…จริงๆหรอ?

วันแรกกับการฝึกงาน ก็ประทับใจมากๆแล้ว  เพราะอะไรตามไปดูกัน!! :)

เช้านี้ตื่นตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพราะเชื่อว่าการเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อาบน้ำ กินนมกับคอนเฟรค อร่อยมากๆ ทั้งนมที่รสชาติดี คอนเฟรค แม้จะเป็นแบรนด์ประจำห้าง เหมือนพวก tesco ก็ตาม คุณภาพจริงๆ แล้วก็ออกไปรออาจารย์ที่แลปตอน 9 โมง ไปถึงก็เป็นอย่างทีคิดเลย อาจารย์ยังไม่มา ก็เลยไปนั่งที่หน้าลิฟต์ (คล้ายๆ Sky lobby ของภาคคอม เกษตรฯ) มีหนังสือการ์ตูนเพียบ กับกีตาร์ อีก 1 ตัว พออาจารย์มาก็คุยกันนิดหน่อย มอบของฝาก ละก็มีรุ่นพี่กับอาจารย์แต่ละแลปมารับตัวไป

ที่แลปที่พูมอยู่คือแลป Ubiquitous Computer Systems Laboratory ซึ่งเป็นแลปที่ใหม่ และก็ผสมกันระหว่าง Wireless network กับ Smart home หัวข้อก็เป็นเกี่ยวกับการเอา Wireless network มาใช้เพื่อให้ได้เป็นบ้านอัจฉริยะ หรือว่าเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันใกล้ๆตัวเรา รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เลือกแลปนี้ กฏของแลปนี้คือ เข้าแลป 11 โมง ออกจากแลป บ่าย 3 จะชิวไปไหนเนี่ยยย! ละก็มีนัดเวลาคุยกับอาจารย์อาทิตย์ละครั้ง ถือว่าเป็นแลปที่ชิวมากๆแลปนึง แต่อาจารย์เค้าก็ดูจริงจังนะ แต่เค้าใจดีมากๆ พยายามจะหาเรื่องคุยตลอด พี่ๆในแลปก็เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นหมดเลย แล้วก็พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ เรียกได้ว่าคนไทยมาอยู่ญี่ปุ่นพอพูดอังกฤษได้อย่างหล่อเลย พี่ๆเค้าก็พยายามจะพูดกับเรา แบบพยายามเต็มที่ ถือว่าตรงนี้ประทับใจมากๆ (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 1: ถึงแล้วญี่ปุ่น

ในที่สุดก็ได้เวลาใช้ชื่อว่าตอนที่ 1 เพราะ อยู่ในญี่ปุ่นแล้วว!!

วันนี้ขอใช้เป็นตอนเดียว 2 วันเลยแล้วกัน เพราะเมื่อคืนกลับมาดึกมากๆตี 1 ได้ เดี๋ยวติดตามดูกันต่อไปว่าทำไมถึงกลับดึกขนาดนั้น

หลังจากการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ บนเครื่องบินโดยที่ไม่ได้นอนเลย เพราะมัวแต่นั่งเล่น Tetris กับ ดูหนัง ก็มาถึงญี่ปุ่นตอนประมาณ 6 โมงเช้า กว่าจะผ่าน ต.ม. ก็ล่อไป 90 นาทีได้ วันนี้มีแพลนจะไปดูซากุระที่ Kurama ที่เมือง Kyoto ก็เลยไปเก็บของที่มหาลัยก่อน แล้วก็ออกเดินทางเลย เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น แล้วก็เป็นการเปิดซิงรถไฟฟ้าที่โหดร้ายมาก นั่งไปประมาณ 2 ชั่วโมงต่อสถานีประมาณ 7 ต่อได้ กว่าจะถึงที่ Kurama การไปเที่ยวครั้งนี้มีพี่ๆนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ในญี่ปุ่นแถบ Kansi เป็นคนจัดการ รวบรวมคนได้ 40 กว่าคน ตอนแรกเห็นแล้วตกใจเลย ทั้งตู้มีแต่คนไทย (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 0.50: ตื่นเต้น

โพสที่ 3 แล้วสำหรับ Life in Japan แต่ก็ยังอยู่ใน 0.xx อยู่ วันนี้ขอไม่โพสอะไรมากแล้วกัน เพราะต้องจัดของให้เรียบร้อย อีกอย่าง paper ยังอ่านไม่จบเลยยยย

รู้สึกตื่นเต้นดี จะได้ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้ง 2 เดือน ยิ่งไปอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาที่เราไม่เป็นด้วยซะนี่ แต่ก็คงได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ การไปอยู่ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ วางเป้าหมายไว้อยู่ 9 อย่างได้แก่

  1. ทำงานวิจัยให้สำเร็จ และได้ paper ซัก paperนึง
  2. สร้างชื่อเสียงของเกษตร หรืออย่างน้อยรักษาชื่อเสียงไว้ให้ได้ เพราะรุ่นพี่ๆทำมาดีมากๆ
  3. เรียนรู้วิธีการทำวิจัยให้ได้เยอะที่สุด
  4. ข้อนี้สำคัญมาก ไปเที่ยวให้ได้เยอะที่สุด :)
  5. กินอาหารขึ้นชื่อของแต่ละเมืองให้ได้เยอะที่สุด
  6. พอจะฟังพูดญี่ปุ่นได้ซัก 20 ประโยค
  7. เก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตต่างแดนให้ได้เยอะที่สุด
  8. ลองทุกสิ่งอันที่ทำไม่ได้ในเมืองไทย
  9. กลับมาบ้านอย่างปลอดภัยครบ 32

ก็จะทำให้ได้ สู้ตาย!!  โพสนี้ก็ขอไว้เท่านี้แล้วกัน โพสต่อไปน่าจะอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว ติดตามกันดูน้าาา

Share on Facebook

Life in Japan 0.25: อ่าน paper

หลังจากเริ่มเปิดบล็อคใหม่ไปเมื่อวานนี้ วันนี้ก็ถึงคราวได้เขียนแบบจริงๆจังๆซักที

ก่อนอื่นต้องบอกถึงที่มาที่ไปก่อนนิดนึง บล็อคนี้ทำขึ้นมาก็เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของการไปฝึกงานที่ NAIST (Nara Institute of Science and Technology) เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ไปวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งก็จะไปอยู่ที่นู่นประมาณ 2 เดือนเศษๆ ส่วนวันกลับยังไม่แน่นอนเท่าไหร่ ต้องรอดูกันต่อไป

หลังจากที่ได้ติดต่อกับอาจารย์ประจำแลปที่ญี่ปุ่น ในที่สุดก็ได้หัวข้อ Research เรียบร้อย นั่นก็คือ…

Indoor localization using wireless communication devices

โดยที่อาจารย์ก็ได้ให้ paper มา 1 ฉบับให้ศึกษาดูตั้งแต่ 4 วันที่แล้ว และวันนี้ก็จะเป็นวันแรกที่เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง(ไฟรนก้นมาก) ก็ขอสรุปความรู้ที่ได้อ่านไป 3 หน้าครึ่งมาไว้ในนี้แล้วกัน

———————————————————————————————————-

Survey of Wireless Indoor Positioning Techniques and Systems

ข้อมูลของการระบุตำแหน่ง (Location information) แบ่งมีมากมาย ใน paper นี้จะสนใจเฉพาะ 4 อย่างคือ

  1. Physical location เป็นการระบุตำแหน่งแบบเป็น coordinate หรือเป็นจุด ในทั้ง 2D/3D โดย coordinate ที่ใช้กันทั่วไปก็จะมี degree/minutes/seconds (DMS), degree decimal minutes ละก็ Universal transverse mercator (UTM) ซึ่งน่าจะได้ศึกษาต่อไป
  2. Symbolic location เป็นการระบุตำแหน่งในภาษาที่คน พูดง่ายก็คือเป็นการระบุว่า อยู่ชั้นไหน อยู่ใน office อยู่ในห้องครัว ประมาณนี้
  3. Absolute location ในนี้เขียนว่า uses a shared reference grid for all located objects ซึ่งยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ = =
  4. Relative location เป็นอีกอันที่ไม่เข้าใจ เขียนว่า A relative location depends on its own frame or reference and usually based on the proximity to know reference points or base station ไม่เข้าใจ!

ส่วน Topologies ของการระบุตำแหน่งแบ่งเป็นอีก 4 อย่างคือ

  1. Remote positioning คือจะใช้ mobile device เป็นตัวปล่อยสัญญาณ (transmitter) และมี measuring units ที่เป็นตัวรับสัญญาณซึ่งรู้ตำแหน่งอยู่แล้ว โดยผลลัพธ์จะได้จากการเอาข้อมูลจาก measuring units ทั้งหลายมาวิเคราะห์หาตำแหน่งของ mobile device ได้
  2. Self positioning ตรงข้ามกับ Remote positioning คือ mobile device จะทำหน้าที่เป็นตัว measuring units ซึ่งรับสัญญาณจาก transmitter ที่รู้ตำแหน่งอยู่แล้ว และ mobile device ก็จะรับสัญญาณรอบๆแล้วคำนวณหาตำแหน่งของตัวเอง
  3. Indirect remote positioning ถ้าหากว่า device ต่างๆรองรับการส่ง data หากัน แล้วมีการส่งค่าตำแหน่งของ measuring unit ใน self positioning (หมายถึงตัว mobile device) ให้กับ device อื่นได้ ก็จะเรียกว่า Indirect remote positioning
  4. Indirect self-positioning กลับกันกับ Indirect remote คือ ถ้า mobile device ได้ข้อมูลตำแหน่งจาก measuring unit อื่นๆใน remote positioning ได้ ก็จะเรียกว่าเป็น Indirect self-positioning

ต่อมาก็จะเป็นการพูดถึง หลักการวัดค่าและ Algorithm ของการระบุตำแหน่ง (Measuring principles and positioning algorithms)

ซึ่งมี 3 วิธีใหญ่ๆคือ Triangulation, Scene Analysis และ Proximity

Triangulation เป็นการใช้หลักของเรขาคณิตเข้ามาช่วย โดยวัดค่าต่างๆจากจุดที่รู้ตำแหน่ง 3 จุดรอบๆ แล้วคำนวณระยะห่างจากจุดต่างๆเพื่อให้ได้จุดของตัวเอง มีด้วยกัน 5 อย่างคือ

  1. TOA (Time of Arrival) เป็นยี่ห้อสี เอ้ยไม่ใช่ เป็นการวัด propagation time ของสัญญาณจาก reference points อย่างน้อย 3 จุด แล้วคำนวณเวลาที่ใช้เพื่อให้ได้ระยะห่างของแต่ละจุด ก็จะได้ตำแหน่งใน 2D มีข้อเสียคือ devices ต่างๆ​(transmitters, receivers) ต้องมีการ synchronized กันก่อน อีกอย่างคือ ต้องแปะ time stamp ไปในสัญญาณด้วย (น่าจะเป็นเรื่องของ overhead)
  2. TDOA (Time difference of arrival) อันนี้ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ขอข้ามไปก่อน
  3. RSS-Based (Received Signal Strength) เนื่องจากใน 2 อันแรกจะใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีปัญหาใน Indoor environment เพราะมีสิ่งกีดขวางเยอะ มีการสะท้อนไปสะท้อนมา ทำให้หา LOS (Line of sight) ยาก ทำให้ได้ผลที่ผิดเพี้ยนไป ใน RSS จะวัดความแรงของสัญญาณที่ปล่อยออกมาจาก จุดต่างๆ แล้วมาคำนวนระยะห่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งอีกที
  4. RTOF (Round trip time of flight) เป็นการแก้ไขข้อจำกัดของ TOA ที่ต้องมีการ synchronize ระหว่าง transmitters กับ receivers โดยที่วัดเป็นเวลาที่ส่งข้อมูลไปจนข้อมูลกลับมา แต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่ถ้าระทางใกล้ๆ เวลาในการประมวลผลของอีกฝั่งอาจจะมีผลต่อเวลา round trip time ทำให้ค่าเพี้ยนได้ แต่ถ้าระยะไกลๆก็อาจจะไม่มีผลมาก

———————————————————————————————————-
ความรู้ทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ก็คงประมาณนี้ ยังเหลืออีกเยอะเลย จะอ่านทันมั้ยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ต้องรีบไปจัดกระเป๋าก่อนแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเอา

ไปแล้ว ชะแว๊ปปป~*

Share on Facebook

Life in Japan 0.0: จะเริ่มแล้วนะ

“เขียนบล็อคซี่ๆๆ..”

“เขียนทำไม จะเขียนให้ใครอ่าน”

“เขียนเก็บๆไว้อ่านหน่อย เดี๋ยวก็ไปญี่ปุ่นแล้วจะได้ไม่ลืมไง”

“เห้ยย เดี๋ยวก็ได้ ขี้เกียจอยู่..”

“จะถึงวันไปแล้วนะๆๆๆ..”

“เอาวะ เขียนก็เขียน!!”

หลังจากการตบตีของ 2 ขั้วความคิดที่อยู่ในหัวมาหลายวัน ในที่สุด…

จ ะ เ ริ่ ม แ ล้ ว น ะ

( :

Share on Facebook