Poomillust

A small world of poomillust
Blog

Life in Japan 3: UbiREAL กับอาหารไทยมื้อแรก

หลังจากที่เมื่อวานชิวมาทั้งวัน วันนี้ก็เริ่มมีสาระบ้างแล้ว โดยที่อาจารย์ ได้เริ่มอธิบายหัวข้อที่จะทำ ละก็ขั้นตอนต่างๆ โดยจะให้เริ่มจากพื้นฐานก่อน เกี่ยวกับ Context-aware service ก็คือเกี่ยวกับระบบที่ทำงานตามสภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิ ความเข้มแสง ฯลฯ ให้พอจะเข้าใจว่าคืออะไรบ้าง แล้วก็เริ่มให้ลองใช้โปรแกรมสุดโหดของแลป ที่มีชื่อว่า UbiREAL Simulator

UbiREAL Simulator เป็นโปรแกรมที่จำลองบ้านที่มีอุปกรณ์และสภาวะต่างๆ เราสามารถใส่เครื่องใช้ในบ้านเช่น เตียง ทีวี พัดลม ไฟ เป็น 3D มี Sensor ให้ใช้ ละก็ตั้งเงื่อนไขต่างๆได้ เช่น เมื่อคนชื่อ Alice เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ให้เปิดไฟในห้องนั่งเล่น พร้อมกับเปิดทีวีช่องละคร แต่พอ Alice ออกจากห้อง ก็ให้ปิดทุกอย่าง เป็นต้น ที่สำคัญโปรแกรมนี้รันบน Windows ก็ได้ Mac ก็ได้ด้วย! เพราะที่นี่คนใช้ Mac เยอะมากรวมถึงอาจารย์ และทั้งหมดเป็น Macbook Air

UbiREAL อันนี้ประมาณว่าพอมีคนเข้ามาในห้องนี้ ไฟก็จะเปิด พัดลมหมุน ผ้าม่านเปิด แต่พอออกไปไฟก็จะดับ พัดลมหยุด ม่านก็ปิด

(more…)

Share on Facebook

Life in Japan 2: วันฝึกงานวันแรก…จริงๆหรอ?

วันแรกกับการฝึกงาน ก็ประทับใจมากๆแล้ว  เพราะอะไรตามไปดูกัน!! :)

เช้านี้ตื่นตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพราะเชื่อว่าการเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อาบน้ำ กินนมกับคอนเฟรค อร่อยมากๆ ทั้งนมที่รสชาติดี คอนเฟรค แม้จะเป็นแบรนด์ประจำห้าง เหมือนพวก tesco ก็ตาม คุณภาพจริงๆ แล้วก็ออกไปรออาจารย์ที่แลปตอน 9 โมง ไปถึงก็เป็นอย่างทีคิดเลย อาจารย์ยังไม่มา ก็เลยไปนั่งที่หน้าลิฟต์ (คล้ายๆ Sky lobby ของภาคคอม เกษตรฯ) มีหนังสือการ์ตูนเพียบ กับกีตาร์ อีก 1 ตัว พออาจารย์มาก็คุยกันนิดหน่อย มอบของฝาก ละก็มีรุ่นพี่กับอาจารย์แต่ละแลปมารับตัวไป

ที่แลปที่พูมอยู่คือแลป Ubiquitous Computer Systems Laboratory ซึ่งเป็นแลปที่ใหม่ และก็ผสมกันระหว่าง Wireless network กับ Smart home หัวข้อก็เป็นเกี่ยวกับการเอา Wireless network มาใช้เพื่อให้ได้เป็นบ้านอัจฉริยะ หรือว่าเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันใกล้ๆตัวเรา รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เลือกแลปนี้ กฏของแลปนี้คือ เข้าแลป 11 โมง ออกจากแลป บ่าย 3 จะชิวไปไหนเนี่ยยย! ละก็มีนัดเวลาคุยกับอาจารย์อาทิตย์ละครั้ง ถือว่าเป็นแลปที่ชิวมากๆแลปนึง แต่อาจารย์เค้าก็ดูจริงจังนะ แต่เค้าใจดีมากๆ พยายามจะหาเรื่องคุยตลอด พี่ๆในแลปก็เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นหมดเลย แล้วก็พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ เรียกได้ว่าคนไทยมาอยู่ญี่ปุ่นพอพูดอังกฤษได้อย่างหล่อเลย พี่ๆเค้าก็พยายามจะพูดกับเรา แบบพยายามเต็มที่ ถือว่าตรงนี้ประทับใจมากๆ (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 1: ถึงแล้วญี่ปุ่น

ในที่สุดก็ได้เวลาใช้ชื่อว่าตอนที่ 1 เพราะ อยู่ในญี่ปุ่นแล้วว!!

วันนี้ขอใช้เป็นตอนเดียว 2 วันเลยแล้วกัน เพราะเมื่อคืนกลับมาดึกมากๆตี 1 ได้ เดี๋ยวติดตามดูกันต่อไปว่าทำไมถึงกลับดึกขนาดนั้น

หลังจากการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าๆ บนเครื่องบินโดยที่ไม่ได้นอนเลย เพราะมัวแต่นั่งเล่น Tetris กับ ดูหนัง ก็มาถึงญี่ปุ่นตอนประมาณ 6 โมงเช้า กว่าจะผ่าน ต.ม. ก็ล่อไป 90 นาทีได้ วันนี้มีแพลนจะไปดูซากุระที่ Kurama ที่เมือง Kyoto ก็เลยไปเก็บของที่มหาลัยก่อน แล้วก็ออกเดินทางเลย เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น แล้วก็เป็นการเปิดซิงรถไฟฟ้าที่โหดร้ายมาก นั่งไปประมาณ 2 ชั่วโมงต่อสถานีประมาณ 7 ต่อได้ กว่าจะถึงที่ Kurama การไปเที่ยวครั้งนี้มีพี่ๆนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ในญี่ปุ่นแถบ Kansi เป็นคนจัดการ รวบรวมคนได้ 40 กว่าคน ตอนแรกเห็นแล้วตกใจเลย ทั้งตู้มีแต่คนไทย (more…)

Share on Facebook

Life in Japan 0.50: ตื่นเต้น

โพสที่ 3 แล้วสำหรับ Life in Japan แต่ก็ยังอยู่ใน 0.xx อยู่ วันนี้ขอไม่โพสอะไรมากแล้วกัน เพราะต้องจัดของให้เรียบร้อย อีกอย่าง paper ยังอ่านไม่จบเลยยยย

รู้สึกตื่นเต้นดี จะได้ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้ง 2 เดือน ยิ่งไปอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาที่เราไม่เป็นด้วยซะนี่ แต่ก็คงได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ การไปอยู่ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ วางเป้าหมายไว้อยู่ 9 อย่างได้แก่

  1. ทำงานวิจัยให้สำเร็จ และได้ paper ซัก paperนึง
  2. สร้างชื่อเสียงของเกษตร หรืออย่างน้อยรักษาชื่อเสียงไว้ให้ได้ เพราะรุ่นพี่ๆทำมาดีมากๆ
  3. เรียนรู้วิธีการทำวิจัยให้ได้เยอะที่สุด
  4. ข้อนี้สำคัญมาก ไปเที่ยวให้ได้เยอะที่สุด :)
  5. กินอาหารขึ้นชื่อของแต่ละเมืองให้ได้เยอะที่สุด
  6. พอจะฟังพูดญี่ปุ่นได้ซัก 20 ประโยค
  7. เก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตต่างแดนให้ได้เยอะที่สุด
  8. ลองทุกสิ่งอันที่ทำไม่ได้ในเมืองไทย
  9. กลับมาบ้านอย่างปลอดภัยครบ 32

ก็จะทำให้ได้ สู้ตาย!!  โพสนี้ก็ขอไว้เท่านี้แล้วกัน โพสต่อไปน่าจะอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว ติดตามกันดูน้าาา

Share on Facebook

Life in Japan 0.25: อ่าน paper

หลังจากเริ่มเปิดบล็อคใหม่ไปเมื่อวานนี้ วันนี้ก็ถึงคราวได้เขียนแบบจริงๆจังๆซักที

ก่อนอื่นต้องบอกถึงที่มาที่ไปก่อนนิดนึง บล็อคนี้ทำขึ้นมาก็เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของการไปฝึกงานที่ NAIST (Nara Institute of Science and Technology) เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ไปวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งก็จะไปอยู่ที่นู่นประมาณ 2 เดือนเศษๆ ส่วนวันกลับยังไม่แน่นอนเท่าไหร่ ต้องรอดูกันต่อไป

หลังจากที่ได้ติดต่อกับอาจารย์ประจำแลปที่ญี่ปุ่น ในที่สุดก็ได้หัวข้อ Research เรียบร้อย นั่นก็คือ…

Indoor localization using wireless communication devices

โดยที่อาจารย์ก็ได้ให้ paper มา 1 ฉบับให้ศึกษาดูตั้งแต่ 4 วันที่แล้ว และวันนี้ก็จะเป็นวันแรกที่เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง(ไฟรนก้นมาก) ก็ขอสรุปความรู้ที่ได้อ่านไป 3 หน้าครึ่งมาไว้ในนี้แล้วกัน

———————————————————————————————————-

Survey of Wireless Indoor Positioning Techniques and Systems

ข้อมูลของการระบุตำแหน่ง (Location information) แบ่งมีมากมาย ใน paper นี้จะสนใจเฉพาะ 4 อย่างคือ

  1. Physical location เป็นการระบุตำแหน่งแบบเป็น coordinate หรือเป็นจุด ในทั้ง 2D/3D โดย coordinate ที่ใช้กันทั่วไปก็จะมี degree/minutes/seconds (DMS), degree decimal minutes ละก็ Universal transverse mercator (UTM) ซึ่งน่าจะได้ศึกษาต่อไป
  2. Symbolic location เป็นการระบุตำแหน่งในภาษาที่คน พูดง่ายก็คือเป็นการระบุว่า อยู่ชั้นไหน อยู่ใน office อยู่ในห้องครัว ประมาณนี้
  3. Absolute location ในนี้เขียนว่า uses a shared reference grid for all located objects ซึ่งยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ = =
  4. Relative location เป็นอีกอันที่ไม่เข้าใจ เขียนว่า A relative location depends on its own frame or reference and usually based on the proximity to know reference points or base station ไม่เข้าใจ!

ส่วน Topologies ของการระบุตำแหน่งแบ่งเป็นอีก 4 อย่างคือ

  1. Remote positioning คือจะใช้ mobile device เป็นตัวปล่อยสัญญาณ (transmitter) และมี measuring units ที่เป็นตัวรับสัญญาณซึ่งรู้ตำแหน่งอยู่แล้ว โดยผลลัพธ์จะได้จากการเอาข้อมูลจาก measuring units ทั้งหลายมาวิเคราะห์หาตำแหน่งของ mobile device ได้
  2. Self positioning ตรงข้ามกับ Remote positioning คือ mobile device จะทำหน้าที่เป็นตัว measuring units ซึ่งรับสัญญาณจาก transmitter ที่รู้ตำแหน่งอยู่แล้ว และ mobile device ก็จะรับสัญญาณรอบๆแล้วคำนวณหาตำแหน่งของตัวเอง
  3. Indirect remote positioning ถ้าหากว่า device ต่างๆรองรับการส่ง data หากัน แล้วมีการส่งค่าตำแหน่งของ measuring unit ใน self positioning (หมายถึงตัว mobile device) ให้กับ device อื่นได้ ก็จะเรียกว่า Indirect remote positioning
  4. Indirect self-positioning กลับกันกับ Indirect remote คือ ถ้า mobile device ได้ข้อมูลตำแหน่งจาก measuring unit อื่นๆใน remote positioning ได้ ก็จะเรียกว่าเป็น Indirect self-positioning

ต่อมาก็จะเป็นการพูดถึง หลักการวัดค่าและ Algorithm ของการระบุตำแหน่ง (Measuring principles and positioning algorithms)

ซึ่งมี 3 วิธีใหญ่ๆคือ Triangulation, Scene Analysis และ Proximity

Triangulation เป็นการใช้หลักของเรขาคณิตเข้ามาช่วย โดยวัดค่าต่างๆจากจุดที่รู้ตำแหน่ง 3 จุดรอบๆ แล้วคำนวณระยะห่างจากจุดต่างๆเพื่อให้ได้จุดของตัวเอง มีด้วยกัน 5 อย่างคือ

  1. TOA (Time of Arrival) เป็นยี่ห้อสี เอ้ยไม่ใช่ เป็นการวัด propagation time ของสัญญาณจาก reference points อย่างน้อย 3 จุด แล้วคำนวณเวลาที่ใช้เพื่อให้ได้ระยะห่างของแต่ละจุด ก็จะได้ตำแหน่งใน 2D มีข้อเสียคือ devices ต่างๆ​(transmitters, receivers) ต้องมีการ synchronized กันก่อน อีกอย่างคือ ต้องแปะ time stamp ไปในสัญญาณด้วย (น่าจะเป็นเรื่องของ overhead)
  2. TDOA (Time difference of arrival) อันนี้ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ขอข้ามไปก่อน
  3. RSS-Based (Received Signal Strength) เนื่องจากใน 2 อันแรกจะใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งมีปัญหาใน Indoor environment เพราะมีสิ่งกีดขวางเยอะ มีการสะท้อนไปสะท้อนมา ทำให้หา LOS (Line of sight) ยาก ทำให้ได้ผลที่ผิดเพี้ยนไป ใน RSS จะวัดความแรงของสัญญาณที่ปล่อยออกมาจาก จุดต่างๆ แล้วมาคำนวนระยะห่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งอีกที
  4. RTOF (Round trip time of flight) เป็นการแก้ไขข้อจำกัดของ TOA ที่ต้องมีการ synchronize ระหว่าง transmitters กับ receivers โดยที่วัดเป็นเวลาที่ส่งข้อมูลไปจนข้อมูลกลับมา แต่ก็มีข้อเสียอยู่ตรงที่ถ้าระทางใกล้ๆ เวลาในการประมวลผลของอีกฝั่งอาจจะมีผลต่อเวลา round trip time ทำให้ค่าเพี้ยนได้ แต่ถ้าระยะไกลๆก็อาจจะไม่มีผลมาก

———————————————————————————————————-
ความรู้ทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ก็คงประมาณนี้ ยังเหลืออีกเยอะเลย จะอ่านทันมั้ยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ต้องรีบไปจัดกระเป๋าก่อนแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเอา

ไปแล้ว ชะแว๊ปปป~*

Share on Facebook

Life in Japan 0.0: จะเริ่มแล้วนะ

“เขียนบล็อคซี่ๆๆ..”

“เขียนทำไม จะเขียนให้ใครอ่าน”

“เขียนเก็บๆไว้อ่านหน่อย เดี๋ยวก็ไปญี่ปุ่นแล้วจะได้ไม่ลืมไง”

“เห้ยย เดี๋ยวก็ได้ ขี้เกียจอยู่..”

“จะถึงวันไปแล้วนะๆๆๆ..”

“เอาวะ เขียนก็เขียน!!”

หลังจากการตบตีของ 2 ขั้วความคิดที่อยู่ในหัวมาหลายวัน ในที่สุด…

จ ะ เ ริ่ ม แ ล้ ว น ะ

( :

Share on Facebook

Hello world!!

Hello world!!!

Share on Facebook