24 Best Shots of
Poomillust Photography in 2014

Home > Inside > Best of 2014


ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ผมมีความสุขกับการถ่ายรูปมากๆอีกปีหนึ่ง นับตั้งแต่ได้กล้องชุดใหม่ซึ่งเป็นรางวัลให้ตัวเองจากการประกวดแอพฯมือถือ
ตลอดทั้งปีก็ได้เดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆในญี่ปุ่น แม้จะไม่เยอะไม่ไกลมาก แต่ทุกครั้งก็ได้ประสบการณ์ใหม่และได้ภาพติดไม้ติดมือกลับมาชื่นชมอยู่บ้าง
ปีนี้เป็นการก้าวจากกล้องตัวคูณคุณภาพสูง Nikon D90 มาเป็นกล้องฟูลเฟรมตัวเริ่มต้นอย่าง Nikon D600
ขอเลือก 24 ภาพที่ผมชอบมากที่สุดมาให้ชมกันครับ ^^

ในชุดนี้มีเพียงแค่รูปแรกเท่านั้นที่ยังใช้ Nikon D90 กับเลนส์ Nikon 18-105vr f/3.5-5.6 อยู่ นอกจากนั้นเป็นชุดใหม่หมดเลยครับ
Nikon D600, Nikon 18-35 f/3.5-4.5, Nikon 50f/1.8, Tamron 70-300VC F4-5.6




01

เริ่มต้นด้วยภาพของฤดูหนาวกันเลยครับ ช่วงประมาณเดือนม.ค. ถึง ก.พ. ถือว่าเป็นช่วงที่พีคที่สุดของฤดูหนาวที่ญี่ปุ่น ปกติเมืองเกียวโตจะมีหิมะตกหนักๆไม่บ่อยนัก ประมาณปีละ 2-5 วัน ถ้าจำไม่ผิด เมื่อต้นปีนี้ตกไป 3 ครั้งใหญ่ๆครับ ครั้งนี้พอเห็นพยากรณ์ว่าตกแน่ ผมก็เลยตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เพื่อขึ้นรถไฟเที่ยวแรกจากนาราไปเกียวโต ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ไปถึงหิมะเริ่มละลายบ้างแล้ว แต่ถือว่ายังเหลือหิมะกองสุมเยอะพอสมควร แล้วก็ได้ภาพวัดทองที่มีหิมะคลุมมาอย่างที่ต้องการ
(ปีนี้ผิดปกติเล็กน้อย ที่ฤดูหนาวนี้หิมะตกตั้งแต่เดือนธ.ค.แล้ว แต่ผมไม่มีโอกาสออกไปเก็บภาพ)




02

หลังจากฤดูหนาว ก็เป็นเวลาของฤดูใบไม้ผลิครับ และที่เป็นไฮไลท์ของฤดูนี้ก็คือ ซากุระ
ปีนี้เป็นปีแรกของผมครับ ที่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นเพื่อดูซากุระแบบเต็มที่ เพราะปีที่แล้วมามันก็เกือบจะร่วงหมดแล้ว ปกติแล้วซากุระที่เราเห็นๆกันมักจะเป็นสีชมพูอ่อนๆไปถึงขาวครับ แต่ซากุระพันธุ์ Kawazuzakura เป็นพันธุ์ที่มีสีชมพูสด และจะบานก่อนเพื่อน
ที่โอซากา ประมาณปลายเดือนมี.ค.ฯ ก็บานเต็มที่แล้วครับ
ที่คู่กับซากุระในภาพนี้ก็คือนกตาขาว หรือ White-eye bird เป็นนกที่พบเห็นได้บ่อยในญี่ปุ่น
นกพวกนี้มาดูดน้ำหวานจากดอกซากุระ ทำให้เป็นเป้านิ่งให้เราถ่ายได้ดีพอสมควร
ภาพนี้ผมถ่ายที่สวน Tennagu Ryokuchi ในโอซากา




03

ภาพนี้เป็นอีกภาพที่ผมชอบมาก และถ่ายได้จากที่เดียวกับภาพที่ 2
จะเห็นได้ว่าภาพนกในภาพกำลังดูดน้ำหวานจากดอกซากุระอยู่




04

ผมได้มีโอกาสแวะไปทำธุระในโตเกียวอยู่ 2-3 วัน ซึ่งโชคดีมากเพราะเป็นช่วงที่พีคที่สุดของโตเกียว ที่ๆดังมากที่นึงก็คือ Chidorigafuchi ซึ่งเป็นสุสานและที่ระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณรอบๆจะมีคลองที่มีต้นซากุระเรียงรายรอบๆ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็คือช่วง Twilight เพราะรอบๆจะเปิดไฟส่องต้นซากุระด้วย สวยมากๆครับ




05

ภาพที 5 ก็ขอเลือกที่ Chidorigafuchi อีกภาพครับ
ที่นี่ยังมีเรือพายให้หนุ่มสาวคู่รักได้สวีทกันด้วย ผมนี่อิจฉาตาร้อนเลย!




06

ย้ายกลับมาที่นารา ที่ผมอยู่บ้างครับ ที่นี่มีภูเขา Yoshino ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่ชมซากุระสวยที่สุดแห่งนึงในญี่ปุ่น ผมไปถ่ายภาพนี้ค่อนข้างจะช้าไปซักนิด เลยช่วงพีคไปแล้ว เลยจะเห็นว่าดอกเริ่มร่วงประปราย ใบนี้ถ่ายไกลมากครับ ซูมสุดกระบอก 300mm เลยไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่




07

ภาพนี้ถ่ายที่แคมป์แถวๆ Kitayama ในจังหวัด Wakayama ทางใต้ของ Nara แม่น้ำส่วนนี้มีเขื่อนกั้นทั้งสองด้านครับ เลยทำให้น้ำนิ่งมากๆ เห็นเป็นเงาสะท้อนชัดเจนสุดๆ




08

ทางด้านตะวันออกของ Nara และทางเหนือของ Wakayama เป็นจังหวัด ​Mie ครับ ที่นี่มีน้ำตกชื่อดังเรียกว่า Akame 48 เป็นบริเวณที่มีน้ำตกเล็กใหญ่มากกว่า 20 แห่งในรัศมี 2km สามารถเดินตามลำธารขึ้นไปเรื่อยๆและชมน้ำตกได้ตลอดทางครับ ภาพนี้เป็นน้ำตกแรกๆที่เจอในเส้นทางนี้ ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าชื่ออะไร




09

ย้ายกันไปที่จังหวัด Nagano บ้างครับ ในเมืองที่มีชื่อว่า Matsumoto ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีปราสาท Matsumoto ชื่อเดียวกับชื่อเมืองที่ยิ่งใหญ่อยู่กลางเมือง ผมไปครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นปราสาทตอนพระอาทิตย์ตก แต่เสียดายแสงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยต้องใส่สีเองไปนิดหน่อย^^




10

ในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่น กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวพจญภัยก็คือการเดินป่าปีนเขาครับ ครั้งนี้เป็นการปีนเขาครั้งแรกของผม ไปกับพี่ๆคนไทย ใช้เวลาเดินขึ้นไป 6 ชั่วโมง กับระยะทางแค่ 5km เพราะมันสูงชันมาก เขานี้มีชื่อว่า Tsubakurodake เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Northern Japan Alps ในจังหวัด Nagano ยอดที่เห็นทางขวาก็คือยอด Tsubakuro นั่นเองครับ มีความสูง 2763m ผมขึ้นไปกางเต็นท์นอนอยู่ 2 คืน




11

เป็นอีกภาพที่ได้จากทริป Tsubakurodake ครับ ภาพนี้แสดงถึงแนวสันเขาที่ทอดตัวไปไม่รู้จบของเทือกเขา Japan Alp ทางเดินบนสันเขานี้คล้ายๆกับเขาช้างเผือกบ้านเรา แต่ผมว่าสูงและเสียวกว่าครับ ยอดเขาทางด้านซ้ายมือคือยอด Otensho ที่ความสูง 2921m ในฤดูร้อน (ประมาณ ส.ค.-ต.ค.) ที่นี่จะไม่มีหิมะปกคลุมเลยครับ เหลือแค่น้ำแข็งบ้างตามร่องเขาที่ไม่ค่อยโดนแดด แต่นอกจากฤดูนี้ ทั้งหมดในภาพจะกลายเป็นภูเขาหิมะขาวดำไปหมด




12

ภาพที่ 12 นี้เป็นอีกภาพประทับใจที่สุดของทริป Tsubakurodake ครับ เราอยู่บนนั้น 2 คืนเต็มๆ อากาศหนาวมากๆประมาณ 5 องศา ลมแรงและมีฝนตกทั้งคืนในวันแรก ตอนแรกก็คิดว่าจะแบกขาตั้งกล้องมาเสียเปล่าแล้ว แต่พอคืนที่สอง หลังจากฝนตกในช่วงหัวค่ำ เราตื่นมากันประมาณเที่ยงคืน ก็พบกับฟ้าใสๆอย่างในภาพครับ แอบเห็นทางช้างเผือกลางๆด้วย ในภาพที่เป็นยอดแหลมนั้นคือยอดเขา Yarigatake ได้ชื่อว่าเป็น Matterhorn ของญี่ปุ่นครับ ส่วนแสงที่ส่องตามภูเขานั่นเป็นแสงของพระจันทร์นะครับ




13

ภาพเดียวในชุดนี้ที่ไม่ได้ถ่ายที่ญี่ปุ่นครับ พอดีผมมีโอกาสกลับไทย ก็เลยได้ไปเที่ยวฮ่องกงกังครอบครัว เลยได้ภาพวิว Victoria bay นี้มา




14

กลับมาที่ญี่ปุ่นครับ ต้นเดือนตุลาคม ก็เริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ผมได้ไปปีนเขาอีกครั้งครับ ครั้งนี้จุดหมายอยู่ที่หุบเขา Karasawa ที่เป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยที่สุดอีกที่นึงของญี่ปุ่น แต่เขาถึงยากสุดๆด้วย ก่อนเดินขึ้นเขา เราก็ไปตั้งแคมป์กันที่ Kamikochi บนความสูง 1500m ที่นี่ใบไม้แดงสวยมากครับ ต้นสนสีเหลืองทองกำลังดีเลย ในภาพ ด้านหลังคือเทือกเขา Hotaka ซึ่งแต่ละยอดสูงเกือบๆ 3000m ทั้งนั้น ส่วนแม่น้ำก็ชื่อว่า Azusa น้ำสีมรกตสวยใสไหลเย็น แต่ไม่เห็นตัวปลา ฮ่าๆ




15

จาก Kamikochi เราใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง กับการเดิน 17km เพื่อไปหุบเขา Karasawa ปลายทางของเรา ครั้งนี้ผมได้เจอกับความเหนื่อยและหนาวที่สุดในชีวิตเลยครับ ระหว่างทางท้อแท้มากๆ คิดอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะถึงซักที เบ็ดเสร็จทริปนี้ผมเดินกันไปไม่ต่ำกว่า 50km กับสัมภาระคนละ 15kg ไต่ไปถึงความสูง 2300m ผมตั้งใจว่าจะเขียนรีวิวการเดินทางครั้งนี้ รอติดตามชมได้นะครับ
ผมไปที่นี่วันที่ 16-19 ตุลาคม ซึ่งไม่ทันช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมครับ ขึ้นไปก็เลยเห็นแต่กิ่งแห้งๆอย่างที่เห็น




16

สภาพอากาศข้างบนโหดร้ายมากครับ ตอนกลางคืนอุณหภูมิประมาณ -5 องศา ชุดกับถุงนอนที่ผมเตรียมไปไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ต้องนอนสั่นหลับๆตื่นๆทั้งคืน ส่วนกลางวันก็นอนอาบแดด อย่างที่ไม่เคยต้องการแดดขนาดนี้มาก่อน เนื่องด้วยเป็นที่สูง และห่างไกลจากตัวเมืองมากๆ เลยทำให้เห็นดาวชัดมากๆครับ เห็นทางช้างเผือกด้วยตาเปล่าได้เลย ด้านบนมีบ้านพัก 2 ที่ครับ เป็นแบบห้องรวม ไม่มีที่อาบน้ำ คนละ 3000 บาท/คืน แต่ผมเลือกนอนเต็นท์เพื่อความมันส์




17

ย้อนกลับมาที่ Nara อีกครั้งครับ ถ้านึกถึงนารานี้ก็ต้องนึกถึงกวาง ที่ Nara park ผมตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยาน 10km ไปรอแสงเช้าที่นี่ พอดีโชคดีเจอกับคุณป้าตากล้องชาวญี่ปุ่นที่น่าจะคุ้นเคยกับกวางดี แกเอาขนมมาล่อกวางเข้ามาจุดที่สวยๆ ผมเห็นแล้วก็เลยลงไปนอนรอถ่ายเลย แล้วก็ได้ช็อทนี้มา ต้องขอบคุณคุณป้าท่านนั้นด้วยครับ ^^




18

นกพันธุ์เดียวกับตอนซากุระเลยครับ White-eye bird ภาษาญี่ปุ่นชื่อว่า เมจิโร่ (Mejiro) ผมได้ยินเสียงมันร้องอยู่ก็เลยยกกล้องส่องหาดู ก็พบว่ามันบินเล่นกันอยู่บนต้น Momiji ที่กำลังแดงได้ที่ ถ่ายอยู่นานมากครับ กว่าจะได้ภาพดีๆซักใบ โดยเฉพาะการโฟกัส เพราะนกบินเร็วมาก และจะมาอยู่ตรงไหนของเฟรมก็ไม่รู้ ภาพนี้ผมถ่ายที่สวนหลังศาลเจ้า Yasaka ใน Kyoto ครับ




19

ผมชอบภาพนี้มาก มีทั้งต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่งกับใบเล็กน้อย กับนกอะไรซักอย่างผมยังเทียบลักษณะไม่ออก มันดูมี Dept of field ดี ใบนี้ถ่ายที่สวนใกล้ๆกับภาพก่อนหน้าครับ




20

เมื่อนึกถึงวัดกับใบไม้แดงในเกียวโต คนญี่ปุ่นทุกคนต้องรู้จักวัดนี้ครับ Tofukuji ด้านในวัดมีสวนโมมิจิที่สวยมากๆ ใบนี้เป็นด้านนอกครับ ผมปั่นจักรยานจากหอไปที่สถานีรถไฟ แล้วก็แบกจักรยานขึ้นรถไฟเพื่อไปปั่นในเมืองเกียวโตต่อ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะไปเก็บแสงแรกนี้ไม่ทันครับ แต่ไปเร็วไปหน่อย ใบส่วนใหญ่ยังเขียวอยู่เลย




21

อีกวัดเล็กๆในเกียวโตครับ ชื่อว่า Enkoji ที่นี่มีระเบียงไม้ปูพรมแดง กับสวนญี่ปุ่นที่มีต้นโมมิจิรอเปลี่ยนสีอยู่รอบๆ ตอนผมไปก็ทราบดีครับว่าคงยังไม่แดงมาก แต่อยากจะไปสำรวจดูก่อน แต่สุดท้ายภาพนี้ก็เป็นภาพที่ดีที่สุดของปีนี้แล้วครับ เพราะผมไม่มีโอกาสได้กลับไปใหม่ในช่วงที่มันพีค




22

ภาพที่ 22 บอกลาฤดูใบไม้ร่วงกับภาพของแม่น้ำที่ตีกรอบด้วยใบโมมิจิสีเหลืองส้ม ถ่ายจาก Arashiyama ในเกียวโตครับ ที่นี่ติดอันดับ 1 ของที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของญี่ปุ่นในหลายๆเว็ปเลยครับ แต่ผมเสียดายมากที่ได้ไปในช่วงที่มันไม่ค่อยจะสวยแล้ว




23

เข้าสู่ฤดูหนาวต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ผมได้พาเพื่อนๆที่มาจากไทยไปเที่ยวกันที่ทะเลสาบ Kawaguchiko ซึ่งผมไปเป็นครั้งที่ 3 ก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันครับ ที่ผมได้เห็นฟูจิตอนพระอาทิตย์ตก เพราะครั้งแรก ได้เห็นแป๊ปเดียวตอนเที่ยงๆ ส่วนครั้งที่สองโดนวาปไปอาร์เจนตินาแลนด์ ฟ้าขาวไปหมด
ภาพนี้ถ่ายจากมุมมหาชนครับ ที่ Chureito Pagoda




24

ขอปิดภาพใบสุดท้ายด้วยภูเขาไฟฟูจิกับเจดีย์ Chureito อีกภาพแล้วกันครับ มุมนี้ได้ตอนกำลังจะกลับ




ขอบคุณที่ติดตามชม สวัสดีปีใหม่ครับ ^^